หน้าแรก ในประเทศ ผลสำรวจซูเปอร...

ผลสำรวจซูเปอร์โพล เชียร์ ‘บุ๋ม-ปนัดดา’ เป็น ส.ส. ชี้ผู้หญิงน้ำดี เสียงหนุน รบ.เริ่มปริ่มน้ำ เกินครึ่งเฉียดฉิว

7.06.20 | 14:31 น.

วันที่ 7 มิถุนายน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) ได้เสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่องสำรวจเสียงประชาชนต่อ บุ๋ม ปนัดดา กรณีศึกษกตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed Method) ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียลทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ในการสำรวจข้อมูล วิเคราะห์และประมวลผลจำนวน 1,479 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 3-6 มิถุนายน 2563

เมื่อถามถึง ความพอใจต่อผลงานของ บุ๋ม ปนัดดา ที่ทำประโยชน์เพื่อสังคม ที่พอใจค่อนข้างมาก ถึงมากที่สุด พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.9 ระบุการรณรงค์ ความปลอดภัยให้เด็กและสตรี รองลงมาคือ ร้อยละ 94.1 ระบุ รณรงค์ คดีข่มขืนให้ประหารชีวิต ร้อยละ 93.5 ระบุ ร่วมเป็น จิตอาสา ทำดีด้วยหัวใจ ร้อยละ 88.8 ระบุ จัดตั้งองค์กรทำดี ร่วมกับคนบันเทิง และร้อยละ 85.3 ระบุ ทูตวัฒนธรรมและท่องเที่ยว ตามลำดับ

ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.0 ระบุความพอใจต่อ ส.ส.หญิงที่ทำประโยชน์ให้กับสังคมว่า ยังไม่มี ในขณะที่ร้อยละ 12.0 ระบุว่า มีที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.4 ระบุ ความใสซื่อเป็นผู้หญิงน้ำดี ทำประโยชน์เพื่อสังคมของ บุ๋ม ปนัดดา ในขณะที่ร้อยละ 1.6 ระบุ ไม่ใช่ นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 59.9 อยากสนับสนุนให้ บุ๋ม ปนัดดา เป็น ส.ส. และรองๆ ลงไปคือ เป็นคนคอยอบรม ส.ส.หญิงให้เป็น ส.ส.น้ำดี ร้อยละ 28.8 เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายสังคม ร้อยละ 17.3 เป็นรัฐมนตรี ร้อยละ 14.9 และเป็น นายกรัฐมนตรีหญิง ร้อยละ 7.2

ที่น่าพิจารณาอย่างยิ่งคือ จุดยืนการเมืองของประชาชนคนออนไลน์ พบว่า กลุ่มคนเคยเลือกพรรคการเมืองในช่วงเลือกตั้งครั้งล่าสุด ที่เลือกพรรคพลังประชารัฐ เหลือสนับสนุนรัฐบาลเกินครึ่งเล็กน้อย คือเหลืออยู่ร้อยละ 54.9 และไม่สนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 25.5 เป็นพลังเงียบร้อยละ 19.6 ส่วนคนเคยเลือกพรรคอื่นๆ เช่น พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา เหลือสนับสนุนรัฐบาลอยู่ร้อยละ 4.7 แต่ไปอยู่กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 58.7 และพลังเงียบร้อยละ 36.6

Advertisement

ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า กรณีของ ดร.บุ๋ม ปนัดดา ถ้าลงเลือกตั้งน่าจะได้รับเลือกเป็น ส.ส. ถ้าขึ้นเป็นผู้สมัครบัญชีรายชื่อในอันดับแรก แต่ถ้าจะให้พรรคนั้นชนะจัดตั้งรัฐบาลได้น่าจะอยู่ในอันดับที่ 9 ส่วนสถานการณ์บ้านเมืองเวลานี้ส่งผลทำให้คนในโลกออนไลน์มีจุดยืนทางการเมืองที่น่าจะ “หนาวและหวาดเสียว” เพราะคนเคยเลือกพรรคการเมืองอื่นๆ ที่ไม่ใช่พรรคพลังประชารัฐ กระจายตัวออกไปอยู่ในกลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลและพลังเงียบ ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองว่าจะปล่อยไว้แบบนี้หรือจะรอให้สถานการณ์สุกงอมเหมือนที่เคยปล่อยๆ กันมา แต่ครั้งนี้ถ้าไม่ใช้นวัตกรรมทางการเมืองและคนรุ่นใหม่เข้ามากอบกู้สถานการณ์ คงจะยากที่จะผ่านพ้นอารมณ์ของประชาชนที่เคลือบแคลงสงสัยและกำลังขุ่นมัวกับความชอบธรรมของรัฐบาล