ผบ.ภ.จว.สมุทรปราการ สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงสาวโพสต์ นศ. ม.ดังถูกแท็กซี่ข่มขืน ขอโทษกล่าวหาตร.หัวหมากไม่รับแจ้งความ อ้างข้อมูลคลาดเคลื่อน ไม่ทราบรายละเอียดก่อนโพสต์
กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสข้อความ “รบกวนช่วยแชร์ด้วยนะคะ) มีเหตุเด็กมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังโดนแท็กซี่ข่มขืนนั่งจากทองหล่อกลับมหาวิทยาลัย คุณแม่เป็นคนสังเกตเห็นสภาพของลูกเจ้าของอู่บอกว่าให้คนเช่า แต่ให้ใครเช่าไม่รู้ ??? ให้เช่าที่ก็มีอะไรไว้ยืนยันตัวหน่อยปิดอู่เถอะค่ะถ้าจะไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมขนาดนี้คนใช้แก็บใช้อะไรกันเพราะอะไรล่ะจำพวกนี้มันมีเยอะไงคะเพิ่งได้ข่าวมาสดๆร้อนๆเลยโมโห # พวกข่มขืนควรตายอีกประเด็นตำรวจสน.หัวหมาก ผู้เดือดร้อนเข้าแจ้งความแล้ว แต่ตำรวจไม่มีท่าที่ใดใดกับความทุกข์ใจของคนเหยื่อและคนเป็นแม่เลย” จนมีผู้เข้ามาวิพากษ์วิจารย์ถึงพฤติกรรมของคนร้ายรายนี้จำนวนมาก ต่อมาผู้โพสรายเดิม ได้ลบข้อความดังกล่าวออกไป

ก่อนจะมีการโพสต์ข้อความอีกว่า “เนื่องจากแพรได้รับฟังเรื่องราวมา แต่ไม่ได้รับข้อมูลโดยตรง อีกทั้งไม่ได้ตรวจสอบ ข่าวก่อนลงโพสต์ จึงทำให้เกิดความผิดพลาด เรื่องไม่ได้ขึ้นอยู่กับทาง สน.หัวหมาก จึงต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ เป็นอารมณ์ชั่ววูบที่พอได้รีบข่าวสารเลยโพสต์อยากจะช่วยเหลือ แต่ข้อมูลมีความคลาดเคลื่อน ทั้งนี้ต้องขอโทษทางสน.หัวหมากอีกครั้งค่ะ
#เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ของคนที่รู้และแชร์เร็วโดยไม่เช็คให้ดีก่อนเดี๋ยวจะเกิดเหตุแบบนี้
#กราบขอโทษ สน.หัวหมาก
#กราบขอโทษผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน”
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังพ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ ผกก.สน.หัวหมาก เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น เหตุดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นในพื้นที่ สถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก แต่เป็นพื้นที่ใน จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งผู้ที่โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง และไม่ทราบว่าเขานำข้อมูลมาจากไหน โดยทางญาติผู้โพสต์ได้โทรศัพท์มาขอโทษตนแล้ว ตนจึงได้ให้ทางผู้โพสชี้แจงข้อเท็จจริงลงเฟซบุ๊กให้สังคมได้รับทราบว่าไม่ใช่ พื้นที่สน.หัวหมาก เพราะหลังจากที่เขาโพสต์ไปแบบนั้นทำให้ สน.หัวหมาก ได้รับความเสียหาย
ด้านพล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบ.ภ.จว.สมุทรปราการ ระบุว่า เบื้องต้นได้สั่งการตรวจสอบในพื้นที่ที่น่าจะเป็นจุดเกิดเหตุแล้ว อย่าง สภ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ไม่พบว่ามีการรับแจ้งเหตุดังกล่าวแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามทางตำรวจก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวอีกครั้ง
ล่าสุด หญิงสาวคนดังกล่าวยังได้โพสต์ข้อความอีกว่า “ขอนุญาตแจ้งนะคะว่าเจ้าตัวไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางผู้เสียหายเป็นเพียงเด็กผู้หญิงคนนึงที่ได้รับรู้เรื่องราวมาและไม่อยากให้ใครต้องมาเผชิญกับเหตุการณ์แบบนี้แค่อยากเป็นกระบอกเสียงให้ผู้ที่โดนทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจได้รับความยุติธรรม จึงไม่สามารถบอกเล่ารายละเอียดใดใดได้และ ณ ตอนนี้มีผู้ใหญ่ที่รับทราบและจะช่วยประสานงานต่อค่ะส่วนรายละเอียดยังไงคงต้องรอทางผู้ใหญ่และตำรวจประสานงานกันต่อไปค่ะถ้าทุกอย่างพร้อมที่จะเปิดเผยแล้วแพรคิดว่าเราจะได้ทราบกันต่อค่ะขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันเป็นกระบอกเสียงนะคะ และอยากให้ช่วยกันภาวนาให้ผู้ถูกทำร้ายดีขึ้นในเร็ววันทั้งร่างกายและจิตใจค่ะ สุดท้ายนี้แพรขออนุญาติปิดโพสต์สาธารณะนะคะ เนื่องจากเรื่องได้ถึงผู้ที่จะประสานงานต่อแล้วค่ะ สำหรับพี่ๆ นักข่าวที่ติดต่อมาแพรไม่สามารถเล่ารายละเอียดใดใดได้ เนื่องจากเรื่องนี้ไม่อยู่ในขอบเขตของแพรที่จะให้ข่าวหรือแจ้งรายละเอียดได้ถ้ายังไงรบกวนติดต่อประสานงานกับทางอื่นนะคะขอบคุณค่ะ #ข่มขึ้นควรโดนประหาร”

