เปิดมิชชั่นทลายแก๊ง ‘แบล็กซาชิมิ’ รวบหน.ลวงสาวไทยให้ขนยาขายญี่ปุ่น จับเครือข่าย พ.อ.ท.ขนยาบิ๊กล็อต 250 ล้าน

9.06.20 | 11:05 น.

ตำรวจปราบยาเสพติดเปิดมิชชั่น ‘แบล็กซาชิมิ’ ทลายหัวหน้าแก๊งแอฟริกันล่อลวงหญิงไทยส่งออกยาแดนปลาดิบ สกัดเครือข่าย ‘วัน โคแสง’-พ.อ.ท. ขนยาบิ๊กล็อตคาด่านชุมพร เฮโรอีน 100 กก. ไอซ์ 500 กก. 250 ล้าน ตามยึดอีก 42 ล้าน

 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 มิถุนายน ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)

พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อม พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.),พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3 และ พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 ร่วมแถลงผลการปราบปรามขบวนการยาเสพติดหลายราย พร้อมของกลางกัญชา 200 กิโลกรัม ยาบ้า 40,000 เม็ด รวมมูลค่ายาเสพติดและทรัพย์สินที่ตรวจยึดกว่า 6.5 ล้านบาท

คดีแรกเป็นผลปฏิบัติยุทธการสยบไพรี 63/13 “แบล็กซาชิมิ” จับกุมนายจอห์น ชาล์ส อูเม หรือแฟรงก์ ชาวไนจีเรีย และนายชัชวาล โรจน์แพทย์ อายุ 21 ปี พร้อมพวกคนไทยและต่างชาติรวม 11 คน ในข้อหาร่วมกันมียาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีนไว้ครอบครองเพื่อขายโดยผิดกฎหมายและสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พร้อมของกลางยาบ้า 5,200 เม็ด, ไอซ์ 701 กรัม, ยาอี, เคตามีนและโคเคน รวมถึงใบกระท่อม

Advertisement

พล.ต.ท.ชินภัทรกล่าวว่า ทางการญี่ปุ่นประสาน บช.ปส.ทลายขบวนการลักลอบนำยาเสพติดออกประเทศไทยเพื่อส่งให้กับชาวแอฟริกันในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวแอฟริกันในไทยหลายรายเป็นผู้จัดหายาเสพติดโดยมีพฤติกรรมนำเข้ายาอีจากประเทศฝั่งยุโรปซึ่งมีราคาถูกมาขายให้คนไทยหรือนักเที่ยวในสถานบันเทิง ซึ่งขบวนการนี้ยังได้ส่งออกยาเสพติด โดยล่อลวงหญิงไทยเป็นผู้ลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดไปให้เครือข่ายในประเทศญี่ปุ่น ต่อมาชุดสืบสวนทราบว่านายแฟรงค์เป็นหัวหน้าระดับสั่งการในไทยจึงขยายผลจับกุมเครือข่าย 19 เป้าหมาย 11 หมายจับ ยึดทรัพย์สินรวมค่า 337,000 บาท

พล.ต.ท.ชินภัทรกล่าวว่า อีกคดีเป็นการแถลงผลยุทธการสยบไพรี 63/12 “One raptor” จับกุมนายวชิระวงศกร หรือวัน โคแสง และพันจ่าอากาศโทสุวัฒน์ พันธุ์แตง พร้อมไอซ์ 500 กิโลกรัม เฮโรอีน 100 กิโลกรัม และเคตามีน 2 กิโลกรัม รวมมูลค่ายาเสพติด 250 ล้านบาท ภายหลังชุดจับกุมสามารถสกัดกั้นรถยนต์ต้องสงสัยได้ที่ด่านตรวจยานพาหนะชุมพร ตรวจค้นพบเฮโรอีนน้ำหนัก 100 กิโลกรัม ก่อนขยายผลเข้าตรวจค้นสถานที่แห่งหนึ่งใน อ.พระประแดงจ.สมุทรปราการ พบไอซ์ 500 กิโลกรัม และยาเสพติดอื่นๆ ทั้งนี้สำหรับผู้ต้องหาทั้งสองเป็นเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ จ.ระยอง ด้วยจะลอบนำยาเสพติดจากชายแดนภาคอีสานเข้ามาผ่าน จ.หนองคาย เข้ามาซุกซ่อนใน จ.สมุทรปราการ เพื่อรอส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล หรือส่งไป จ.สงขลา เพื่อส่งออกไปยังประเทศที่สาม ภายหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลตรวจยึดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 42 ล้านบาท ประกอบด้วย บ้านพร้อมที่ดิน 2 หลัง คอนโด 1 ห้อง และรถยนต์ 7 คัน จึงคุมตัวส่ง สภ.เกาะช้าง จ.เชียงราย ดำเนินคดีก่อนขยายผลสืบสวนสอบสวนต่อไป

คดีที่ 3 จับกุมนายบัณฑิต หรือกุ้ง อุ้ยทอง อายุ 37 ปี และนายเกรียงไกร บ้านแสน อายุ 32 ปี พร้อมของกลางกัญชาอัดแท่ง 200 กิโลกรัม, รถกระบะยี่ห้อเชฟโรเลต สีขาว, รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีเทา ในข้อหาร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมีกัญชาไว้ครอบครองเพื่อขายโดยผิดกฎหมาย จับกุมได้ริมถนนพหลโยธินขาออก ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ต่อเนื่องด่านตรวจยานพาหนะสีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ภายหลังสืบทราบว่ามีขบวนการลอบลำเลียงยาเสพติดจากชายแดน จ.อุบลราชธานี มาส่งให้กับลูกค้าใน จ.ชลบุรี ชุดจับกุมจึงวางแผนสกัดขบวนรถก่อนตรวจยึดของกลางกัญชาแท่ง 200 กิโลกรัมที่บรรจุในกระสอบซุกซ่อนในห้องโดยสารรถยนต์ดังกล่าว

พล.ต.ต.วัชระกล่าวว่า คดีที่ 4 จับกุมนายชิษณุพงศ์ หรืออ้น ไหลทอง อายุ 49 ปี และนายอิสเรช หรืออ๊อด มีสวย อายุ 50 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 4 หมื่นเม็ด และรถกระบะ ในข้อหาร่วมกันมียาบ้าไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต จับกุมได้ที่ลานดินริมถนนสายเอเชีย ต.โพกรวม อ.เมือง จ.สิงห์บุรี หลังสืบทราบว่า นายชิษณุพงศ์ ซึ่งเป็นเอเยนต์ยาเสพติดพื้นที่ภาคกลางขับรถขนกล่องกระดาษต้องสงสัยไปวางไว้ริมถนนสายเอเชีย ใกล้ร้านอาหาร เมื่อตรวจสอบพบเป็นยาบ้าจำนวนมาก จึงไล่ติดตามจับกุมได้ดังกล่าว ทั้งนี้ นายชิษณุพงศ์ยังมีหมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์ในข้อหามีไอซ์ครอบครองและขับขี่โดยเสพไอซ์ติดตัว รวมถึงหมายจับศาลจังหวัดราชบุรีในความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด, พ.ร.บ.จราจร และไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล จึงคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 ดำเนินคดี