“เขมจิรา”นำภาพและอัฐิ“พล.ต.ต.ธารินทร์”เข้าขอบคุณกองปราบ เผยไม่ตายฟรีแล้ว หลัง”หนุมาน”จับบุญช่วย-ลูก ที่เมืองจันทร์เช้าตรู่ แต่ทั้งสองให้การปฏิเสธ
กรณีข้อพิพาทเรื่องที่ดินใน อ.เขาคิชฌกูฏ และบางส่วนใน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ของมูลนิธิอภิธรรมมหาธาติกว่า 3,800 ไร่ ซึ่งกลายเป็นคดีฟ้องร้องระหว่าง น.ส.เขมจิรา บัณฑูรนิพิท และ พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ อดีตรองจเรตำรวจ กับนายบุญช่วย เจริญสถาพร ยืดเยื้อนานหลายปีจนเป็นเหตุให้ พล.ต.ต.ธารินทร์ ใช้อาวุธปืนยิงนายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความชื่อดัง,นางสุภาพร ภรรยานายบัญชา,นายวิชัย อุดมธนภัทร และนายวิจัย สุขรมย์ ทีมทนาย ภายในศาลจังหวัดจันทบุรี ขณะกำลังรอพยานฝ่ายจำเลยและรอผู้พิพากษาขึ้นนั่งบัลลังก์นัดสืบพยานฝ่ายจำเลยนัดแรก จนทำให้นายบัญชา และนายวิจัย เสียชีวิต ส่วน พล.ต.ต.ธารินทร์ ถูกนายธนากร ธีรวโรดม เสมียนทนายนำอาวุธปืนตำรวจประจำศาลจังหวัดจันทบุรี ยิงใส่จนเสียชีวิต
ล่าสุดชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมาน และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.2 กองปราบปรามจับกุมนายบุญช่วย เจริญสถาพร อายุ 80 ปี และ นายกิตติพงษ์ เจริญสถาพร อายุ 43 ปี บุตรชาย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาอาญา รัชดาฯ ข้อหา “เบิกความเท็จต่อศาล,ให้การเท็จต่อเจ้าพนักงานและเจ้าหน้าที่ และร่วมกันยักยอกทรัพย์” ได้ที่บ้านเลขที่ 32/21 ม.10 ต.คลองพลู อ.เขาคิชฌกูฎ จ.จันทบุรี
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง‘หนุมานกองปราบ’ จู่โจมล็อกตัว ‘ลุงบุญช่วย’ พร้อมลูกชาย ฮุบที่ดินธรณีสงฆ์ 3.8 พันไร่ ‘พระกิตติวุฑโฒ’
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 9 มิถุนายน ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) น.ส.เขมจิรา บัณฑูรนิพิท อดีตภรรยา พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ อดีตรองจเรตำรวจ นำรูปภาพและอัฐิ พล.ต.ต.ธารินทร์ มารอพบกับนายบุญช่วย เจริญสถาพร อายุ 80 ปี และ นายกิตติพงษ์ เจริญสถาพร อายุ 43 ปี บุตรชาย หลังชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบนำกำลังไปจับกุมได้ที่ จ.จันทบุรี เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
น.ส.เขมจิรา กล่าวว่า หลังต่อสู้คดีมาหลายสิบปี เมื่อนายบุญช่วย กับบุตรชายถูกจับ จึงมาที่กองปราบเพื่อรอพบเจอ เพราะตนอยากให้พวกเขายอมรับความจริงว่านายสมพล โกศลานันท์ เป็นผู้ครอบครอง ซึ่งมีศักดิ์เป็นตาของตน ขายที่ดินให้พระกิตติวุฒโฑ ในนามมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุจริงหรือไม่ และมูลนิธิจะชี้แจงอย่างไร เพราะ พล.ต.ต.ธารินทร์ไม่ควรเสียชีวิต ทั้งนี้ก็ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบและสื่อมวลชนที่ช่วยติดตามข่าวจนทำให้ความจริงปรากฎ ซึ่ง พล.ต.ต.ธารินทร์ จะไม่ตายฟรีแล้ววันนี้ก็ได้นำอัฐิ พล.ต.ต.ธารินทร์ และรูปภาพเขามาด้วย
สำหรับคดีที่นายบุญช่วย ฟ้องร้องตนเองฐานฟ้องเท็จเกี่ยวกับเรื่องการครอบครองที่ดินทั้งหมด 3 คดี ศาลชั้นต้นสั่งลงโทษจำคุกตนและทนายรวมทั้งหมด 7 ปี โดยรอลงอาญาไว้ก่อน ขณะนี้กำลังเตรียมยื่นอุทธรณ์


ด้าน พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม(รอง ผบก.ป.) กล่าวว่า เบื้องต้นในการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสองยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งมีรายงานจากชุดจับกุมว่าในการตรวจค้นที่บ้านพักขณะจับกุมไม่พบเอกสารหลักฐานใดเกี่ยวกับการครอบครองที่ดิน แต่ในทางคดีนั้นทราบอยู่แล้วว่าผู้ต้องหาไม่มีเอกสารซื้อขาย แต่เป็นการสร้างหลักฐานเท็จโดยฟ้องศาลเพื่อให้ได้เอกสาร นส.3 เป็นของตนเองและโอนชื่อเป็นตนเองในปี 2553 อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าในการสร้างหลักฐานเท็จนั้นต้องมีคนร่วมกระทำผิดมากกว่า 2 ราย แต่บางคดีก็หมดอายุความไปแล้ว แต่ไม่มีความหนักใจเพราะมีหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุจริง

ต่อมาเวลา 12.50น. ตำรวจ กก.2 บก.ป.คุมตัวนายบุญช่วย กับนายกิตติพงษ์ มาสอบปากคำ
เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามว่าต้องการชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างไร ทั้งคู่ยกมือปฏิเสธไม่ตอบ

พ.ต.อ.อเนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป.กล่าวว่า ภายหลังคุมตัวนายบุญช่วย และนายกิตติพงษ์ มาสอบปากคำอย่างละเอียด ทั้งคู่ยังคงยืนกรานให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งทนายความผู้ต้องหาก็เตรียมเสนอหลักทรัพย์ยื่นขอประกันตัว โดยพนักงานสอบสวนจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะอนุมัติให้ประกันหรือไม่ แต่ด้านคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีหลักฐานที่จะดำเนินคดีผู้ต้องหาไม่ว่าจะให้การอย่างไรก็ตาม ทั้งนี้ เมื่อสอบปากคำเสร็จสิ้น จะคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสอง ส่งศาลอาญาฯ ดำเนินการฝากขังไม่เกินวันที่ 11 มิถุนายนนี้

