แพทย์เตือน ‘ปิดสมาร์ทโฟน-ปิดเน็ต-ปิดเสียง’กัน‘ละเมอแชต’

24.07.16 | 14:53 น.

แพทย์เตือน ‘ปิดสมาร์ทโฟน-ปิดเน็ต-ปิดเสียง’กันการ‘ละเมอแชต’

ปัจจุบันคนไทยใช้สมาร์ทโฟนเป็นจำนวนมาก โดยจากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำรวจพฤติกรรมการบริโภคสื่อของคนไทยในปี 2557 จากกลุ่มตัวอย่าง 10,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ พบว่าแต่ละบ้านมีทีวีอย่างน้อย 1 เครื่อง โดยร้อยละ 99.7 มีสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตอย่างน้อย 1 เครื่อง รองลงมาคือโน้ตบุ๊ก ร้อยละ 89 และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ร้อยละ 79 ทำให้มีการชมรายการโทรทัศน์ออนไลน์ผ่านจออื่นๆ ที่ไม่ใช่ทีวีเพิ่มขึ้น

จากการสำรวจพบว่า ในช่วงเวลาที่ประชาชนดูทีวี เมื่อมีโฆษณา ประชาชนจะละสายตาจากจอทีวี แล้วก้มใช้มือถือเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ อย่าง การเล่นเฟซบุ๊ก การสนทนาผ่านโปรแกรมแชตต่างๆ เช่น โปรแกรมวอทส์แอพพ์ (WhatsApp) วีแชต (WeChat) หรือไลน์ (Line) เป็นต้น เพราะมีอุปกรณ์สื่อสารติดตัวตลอดเวลา อีกทั้งยังพบว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีคนเล่นเฟซบุ๊กมากที่สุดในโลก โดยมีจำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊กถึง 12 ล้านคน จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก 18 ล้านคนทั่วประเทศไทย และหากจัดอันดับประเทศที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กนั้น ไทยอยู่ในอันดับที่ 13 ของโลก

นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ที่ติดโปรแกรมแชตหรือคลั่งแชตอาจจะมีอาการ ละเมอแชต (Sleep Texting) ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากการใช้สมาร์ทโฟน โดยอาการดังกล่าวจะทำให้ลุกขึ้นมาแชตขณะหลับเมื่อได้ยินเสียงข้อความส่งมา

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า อาการดังกล่าวจะส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้เกิดโรคอ้วน ภาวะซึมเศร้า โรควุ้นในตาเสื่อม โนโมโฟเบีย สมาร์ทโฟนเฟซและอาจส่งผลกระทบต่อการเรียนหรือการทำงาน โดยแนะนำให้เล่นโปรแกรมแชตแต่พอดี หากติดมากควรลองอยู่ห่างจากสมาร์ทโฟน ตัดใจปิดมือถือ ปิดเสียง หรือปิดสัญญาณอินเตอร์เน็ตก่อนนอน วิธีนี้จะช่วยให้ห่างไกลจากการละเมอแชต และฟื้นฟูสุขภาพการนอนหลับให้เต็มอิ่ม ตื่นเช้ามาพร้อมความสดชื่นแจ่มใส ร่างกายแข็งแรงขึ้น

Advertisement

ทั้งนี้ อาการละเมอแชตนั้นเป็นอาการที่เกิดขึ้นจริง โดยมาจากการติดสมาร์ทโฟนและการติดโซเชียลเน็ตเวิร์กทุกชนิด ทำให้มุ่งความสนใจไปที่เครื่องมือสื่อสารเหล่านี้แทบจะทุกนาที จนกลายเป็นความวิตกกังวลต่อข้อความที่ถูกส่งมา แม้กระทั่งเวลาจะหลับก็ยังเอามือถือไปจิ้มเล่นเรื่อยเปื่อย และหลับไปพร้อมกับโทรศัพท์ที่ยังคามือ หรือวางนิ่งอยู่ข้างตัว ดังนั้นเมื่อมีเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้ามา สมองที่ยังยึดติดกับโทรศัพท์อยู่ทุกขณะจิต ก็จะปลุกร่างกายที่หลับใหลให้อยู่ในสภาวะละเมอแล้วกดส่งข้อความไปโดยอัตโนมัติ และในช่วงนี้ร่างกายก็จะนอนหลับไม่สนิทเต็มที่ เป็นเหตุให้พักผ่อนไม่พอ กระทบมาถึงระบบการทำงานของร่างกาย ทำให้สะสม ความเครียด เสี่ยงเป็นโรคอ้วน ฝันร้าย กระทบต่อการเรียนและการทำงาน

อีกทั้งการติดแชตมากเกินไป ยังอาจส่งผลกระทบถึงความสัมพันธ์ได้ เนื่องจากข้อความดังกล่าวเกิดจากการละเมอ อาจส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างกันได้