เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผบช.สตม. พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม.พ.ต.อ.ชัยยศ วรักษ์จุนเกียรติ รอง ผบก.ตม.4 แถลงจับกุมนายคิลิลล์ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี สัญชาติรัสเซีย นายกฤษดา (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี และนายสุรชาติ (สงวนนามสกุล)อายุ 41 ปี ในข้อหา ร่วมกันมีเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) โดยผิดกฎหมาย,ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกนอกเคหสถานฯ โดยไม่มีเหตุจำเป็น พร้อมของกลางกัญชาแห้ง 296 ห่อ และรถยนต์กระบะ สีขาว 1 คัน
พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า ชุดจับกุมสืบทราบว่ามีขบวนการลักลอบขนยาเสพติดโดยมีชาวต่างชาติที่อาศัยช่องว่างช่วงที่มีการผ่อนผันการให้อยู่อาศัยในราชอาณาจักรเข้าร่วมขบวนการด้วย มีข้อมูลจากแหล่งข่าวใน จ.เพชรบูรณ์ ว่านายคิลิลล์ ชาวรัสเซีย มักจะเดินทางไปจังหวัดชายแดนที่ติดกับแม่น้ำโขง เมื่อสืบค้นข้อมูลในระบบไบโอแมทริกซ์ พบว่าภายในเวลาเพียง 3 ปี ได้เดินทางเข้าออกประเทศไทย จำนวน 17 ครั้ง ครั้งแรกเข้ามาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2560 ครั้งสุดท้ายเข้ามาเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2563
พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า ล่าสุดสืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติด โดยอาศัยช่วงเวลาเคอร์ฟิว และหลีกเลี่ยงเส้นทางหลักซึ่งมีด่านตรวจจำนวนมาก มาใช้เส้นทางรองในเขต ต.ท่าสองคอน อ.เมือง จ.มหาสารคาม ชุดจับกุมจึงสนธิกำลังดักซุ่มรอในเส้นทางเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายดังกล่าว จนกระทั่งมีรถยนต์กระบะตามที่ได้รับข้อมูลวิ่งมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ จึงเข้าตรวจค้นพบกัญชาจำนวน 296 ห่อบรรจุในลังจำนวน 9 ลัง และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือนายคิลิลล์ และนายกฤษดา ระหว่างการจับกุมนายสุรชาติ ได้อาศัยช่วงชุดจับกุมกำลังตรวจค้นหลบหนีไป จึงได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดมหาสารคาม จากนั้นได้เข้ากดดันตามบ้านที่นายสุรชาติ รู้จักและคาดว่าจะหนีไปหลบซ่อนในเขต จ.มหาสารคาม และ จ.เพชรบูรณ์ จนกระทั่งวันที่ 22 พฤษภาคม 2563 นายสุรชาติ ได้ติดต่อเข้ามอบตัว จึงจับกุมตัวส่ง พงส.สภ.เมืองมหาสารคาม เพื่อดำเนินคดีต่อไป




