เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีที่กลุ่มชายฉกรรจ์อ้างเป็น ตร.ชุดปราบปรามน้ำมันเถื่อน ตบทรัพย์ เจ้าของปั๊มน้ำมัน ในเขตพื้นที่ อ.ไชโย จ.อ่างทอง แลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี ว่ารับรายงานจาก สภ.เกษไชโย จ.อ่างทอง เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ผู้เสียหายมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวน สภ.เกษไชโย ว่าเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2563 มีชาย 4 คน แต่งตัวคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะปฏิบัติหน้าที่ชุดนอกเครื่องแบบมาทำการตรวจใบอนุญาตต่างๆ เกี่ยวกับการจำหน่ายน้ำมัน พบว่าใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุมที่ 3 ของผู้เสียหาย หมดอายุตั้งแต่ปี 2549 โดยกลุ่มชายดังกล่าว แจ้งว่าผู้ต้องหาจะต้องถูกจับกุมและมีการเจรจาข่มขู่ ให้ผู้เสียหายจ่ายเงินแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี
ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ผู้เสียหายมาพบพนักงานสอบสวน สภ.เกษไชโย พร้อมแจ้งว่า กลุ่มชายดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าวให้ผู้เสียหายไปดำเนินการต่อใบอนุญาตให้เรียบร้อย เพราะหากไม่ดำเนินการจะทำให้มีความผิดและเสียค่าปรับจำนวนมาก ซึ่งผู้เสียหายเข้าใจว่าเป็นการข่มขู่เรียกร้องเอาเงิน จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ไว้ก่อนหน้านี้ ภายหลังผู้เสียหายต่อใบอนุญาตเรียบร้อยแล้ว ประกอบกับไม่ติดใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าว เนื่องจากเป็นการเข้าใจผิดและผู้เสียหายไม่ได้มีการจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าวแต่อย่างใด
รอง โฆษก ตร. กล่าวต่ออีกว่าเบื้องต้น ทางศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปนม.ตร.) มีคำสั่งให้รายงานข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เพื่อให้ความเป็นธรรม ตลอดจน คลี่คลายข้อสงสัยและให้ความกระจ่างแก่สังคม
อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เน้นย้ำและกำชับหน่วยปฏิบัติทุกภาคส่วนมาโดยตลอดในการประพฤติปฏิบัติหน้าที่ ภายใต้อำนาจหน้าที่ที่ได้รับตามกฎหมาย โดย ห้ามตำรวจ ใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบ เรียกรับผลประโยชน์ ขูดรีดประชาชน เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดีเป็นอันขาด หากพบกระทำความผิดให้ดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด ประกอบกับ ให้พิจารณาโทษทางวินัยกับผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นฐานปล่อยปละละเลย ไม่ดูแลความประพฤติ วินัย ผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อป้องปรามไม่ให้ตำรวจกระทำความผิดเสียเองและเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความมั่นใจ ในการทำงานของตำรวจให้กับประชาชน

