ยอมรื้อแล้ว! รีสอร์ตภูทับเบิก 1 ใน 19 รายถูกสั่งรื้อภายใน 30 วัน ตัดใจระดมคนงานรื้อถอนเองแล้ว ด้านนักท่องเที่ยวแนะหน่วยราชการควรเร่งชี้แจงเรื่องเลือกปฏิบัติให้เกิดความกระจ่าง
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ความคืบหน้ากรณีจังหวัดเพชรบูรณ์และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 ออกคำสั่งรื้อถอนรีสอร์ตบนภูทับเบิกจำนวน 19 ราย ตามคำสั่ง หน.คสช.ที่ 35/2559 เกี่ยวกับมาตรการแก้ไปปัญหาภูทับเบิก อ.หล่มเก่า ล่าสุดได้มีรีสอร์ตไม่ทราบชื่อซึ่งมีนายกำธร พลรัตน์ เป็นเจ้าของ ตั้งอยู่หมู่ 8 ต.บ้านเนิน และเป็นรีสอร์ต 1 ใน 19 ราย ที่ก่อนหน้านี้ทางคณะเจ้าหน้าที่ได้นำประกาศคำสั่งไปปิดแจ้งเจ้าของและผู้ประกอบการรีสอร์ต ในพื้นที่หมู่ 14,16 ต.วังบาล และหมู่ 8 ต.บ้านเนิน อ.หล่มเก่า ให้รื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างภายใน 30 วัน หากดื้อแพ่งทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการเองโดยจะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในภายหลัง ได้ดำเนินการรื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ ภายในบริเวณรีสอร์ตดังกล่าวนอกจากจะปรากฏร่องรอยการทุบรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเหลือทิ้งไว้แล้ว ยังพบเศษวัสดุ อาทิ โครงเหล็กและหลังคา บานประตู บานหน้าต่าง ส้วมชักโครก ฯลฯ ถูกคัดแยกกองไว้ที่พื้นที่เป็นจำนวนมากเพื่อรอการขนย้าย ในขณะที่ชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียง แจ้งให้ทราบว่าตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพบเห็นมีคนงานเร่งทำการทุบและรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างในบริเวณรีสอร์ตแห่งนี้ เมื่อสอบถามทำให้ทราบว่าทางเจ้าของจะขนย้ายวัสดุเหล่านี้ไปใช้งานในที่แห่งอื่นต่อไป
อย่างไรก็ตาม สำหรับรีสอร์ตที่ถูกคำสั่งรื้อถอนส่วนที่เหลือ ล่าสุดก็ยังคงเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และเนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดจึงยังมีนักท่องเที่ยวมาพักค้างแรม นอกจากนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต่างให้ความสนใจกับประเด็นการรื้อถอนรีสอร์ตภูทับเบิก โดยมีทั้งแสดงความเห็นด้วยและเห็นต่าง ในขณะที่บางรายยังสอบถามผู้ประกอบการด้วยว่า จะมีการรื้อรีสอร์ตบนภูทับเบิกทั้งหมดหรือไม่ ซึ่งผู้ประกอบการยอมรับว่าตอนนี้ยังสับสนและยังไม่มีความชัดเจนในประเด็นนี้
สำหรับรีอสร์ตซึ่งมีนายกำธร พลรัตน์ เป็นเจ้าของนั้น เป็นรีสอร์ตที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง แต่ได้ถูกคณะทำงานตรวจสอบอาคารซึ่งมีโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นหัวหน้าคณะ ตรวจสอบพบว่าตัวอาคารอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยและไม่มั่นคงปลอดภัยกระทั่งมีความเห็นให้รื้อถอน ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีคำสั่งจากทางจังหวัดเพชรบูรณ์สั่งรื้อถอนภายใน 30 วัน ทางอบต.บ้านเนินได้มีประกาศคำสั่งห้ามมิให้คนเข้าพักอาศัยในสถานที่ดังกล่าว พร้อมให้งดบริการที่พักแก่นักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม การที่รีสอร์ตของนายกำธรถือเป็นรายแรกที่ยินยอมดำเนินการรื้อถอนเองก่อนกำหนดเวลา 30 วัน ตามคำสั่งทางจังหวัดเพชรบูรณ์
ด้านนายจักรพันธุ์ จุลละนันท์ อายุ 47 ปี นักท่องเที่ยวชาวปทุมธานีกล่าวว่า มาเที่ยวภูทับเบิกตั้งแต่ยุคแรกๆ กระทั่งปัจจุบันก็ยังพาครอบครัวมาเที่ยวอยู่ ที่ผ่านมาติดตามเรื่องการจัดระเบียบภูทับเบิกมาตั้งแต่ต้น ซึ่งเห็นด้วยหากจะมีการบริหารจัดการพื้นที่ให้เป็นโซนนิ่งเพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบ ส่วนการรื้อถอนรีสอร์ตก็เห็นใจผู้ประกอบการ หากปรับเปลี่ยนมาให้เช่าแทนการทุบรื้อถอนและสามารถนำเงินเข้ารัฐได้ก็น่าจะได้ประโยชน์เช่นกัน
“ภูทับเบิกขาดการจัดการมาตั้งแต่แรกทำให้ตกอยู่ในสภาพเฉกเช่นปัจจุบัน การก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ เท่าที่เห็นไม่ใช่จะสร้างเสร็จเพียงแค่ 1-2 วัน ฉะนั้นจะโทษผู้ประกอบการเพียงฝ่ายเดียวก็คงไม่ถูกต้องเท่าไหร่ หากเจ้าหน้าที่ห้ามปรามกันตั้งแต่แรกปัญหาคงไม่มาถึงขนาดนี้” นายจักรพันธุ์กล่าว
นายจักรพันธุ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เท่าที่ฟังคำชี้แจงและคำอธิบายของผู้ประกอบการแล้ว ยอมรับว่ามีความห่วงใยพอสมควรทางที่ดีทางราชการต้องเร่งทำกระจ่าง โดยเฉพาะในประเด็นการถูกเลือกปฏิบัติ ซึ่งผู้ประกอบการมองว่าทำไมจึงต้องแบ่งกลุ่มและเลือกปฏิบัติเฉพาะผู้ประกอบการซึ่งเป็นคนนอกพื้นที่ โดยจะปล่อยคนในพื้นที่ทำธุรกิจรีสอร์ตต่อไปได้ทั้งที่อยู่บนฐานความผิดเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังดำเนินการก่อสร้างกันไม่หยุดด้วย

