สุดเศร้า! เด็ก 14 นักบอลอนาคตไกล โดดเล่นน้ำถูกใบพัดเรือฟันดับ พรุ่งนี้จะมอบตัวเข้าร.ร.
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 12 มิถุนายน ร.ต.อ.อุทัย วังทัน รอง สารวัตร ( สอบสวน ) สน.นางเลิ้ง รับแจ้งเหตุเด็กลงเล่นน้ำในคลองผดุงกรุงเกษมแล้วสูญหายไป บริเวณกลางคลองผดุงกรุงเกษม ใกล้ตลาดโบ้เบ๊ สะพาน 5 แขวงสีแยกมหานาคเขตดุสิต กทม. จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประสานชุดประดาน้ำจากมูลนิธิร่วมกตัญญูร่วมทำการค้นหา
ที่เกิดเหตุอยู่ในคลองผดุงกรุงเกษม ใต้ทางรถไฟสะพานดำ ใกล้ตลาดโบ้เบ้สะพาน 5 เจ้าหน้าที่ประดาน้ำจำนวน 4 คนได้ลงทำการลงค้นหา ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จนพบศพด.ช.อัจฉริยะ วิสยาคม อายุ 14 ปี ในสภาพไม่สวมเสื้อผ้าตามร่างกายมีบาดแผลถูกใบพัดเรือตัดที่ข้อมือขวาเกือบขาด ที่เอวด้านขวาถูกใบพัดเรือตัดเป็นแผลฉกรรจ์ลึกถึงกระดูก เจ้าหน้าที่จึงรีบนำน้ำขึ้นมาบนฝั่ง
จากการสอบถามพยานผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ปกติเห็นเด็กกลุ่มนี้มาเล่นกระโดดน้ำเล่นอยู่ที่สะพานแห่งนี้อยู่เป็นประจำ ตอนเกิดเหตุเป็นจังหวะเดียวกันกับที่รถไฟกำลังผ่านมาพอดี ทางเด็กชายคนดังกล่าวจึงได้กระโดดลงไปในน้ำเป็นจังหวะเดียวกันกับเรือโดยสารได้ผ่านมาพอดี ทำให้ถูกใบพัดเรือฟันจนเสียชีวิต
ขณะที่ครอบครัวผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า น้องเปรมพักอาศัยอยู่กับลุงย่านบางซื่อ และน้องเปรมมักจะเดินทางมาเที่ยวเล่นกับเพื่อนที่มีบ้านพักแถวนี้เป็นประจำ แต่จะมาเล่นน้ำหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ ทั้งนี้น้องเปรมเองกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนราชวินิตมัธยม และเป็นตัวแทนนักกีฬาฟุตบอของโรงเรียน และเพิ่งจะสอบคัดเลือกเป็นนักกีฬาฟุตบอล ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ ซึ่งวันพรุ่งนี้ (13 มิ.ย. ) เตรียมจะไปรายงานตัว แต่ก็มาเกิดเหตุเสียก่อน
ต่อมาเวลา 17.30 น. นายเอกศาสตร์ ใจสำคัญ ตัวแทน บริษัทครอบขนส่ง (2002) จำกัด ที่ได้รับสัมปทานเดินเรือในเส้นทางดังกล่าว ได้พานายสมคิด ปันเหมือย อายุ 46 ปี และกระเป๋าเรือ มาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง

โดยนายสมคิด เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับเรือจากประตูน้ำ มุ่งหน้าท่าเรือสะพานผ่านฟ้า เพื่อส่งผู้โดยสารตามปกติ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางลอดทางรถไฟสะพานดำ ได้ยินเสียงรถไฟวิ่งผ่านด้านบนตามปกติ มารู้สึกอีกทีว่าใบพัดเรือด้านท้ายฟันเข้ากับอะไรบางอย่าง ตนจึงชะลอความเร็วเรือ จากนั้นกระเป๋าเรือวิ่งมาบอกตนว่าใบพัดเรือฟันโดนคนที่อยู่ในน้ำ ตนจึงนำเรือเข้าจอดที่ท่าเรือโบ๊เบ๊ทันที เมื่อมองไปตรงจุดเกิดเหตุก็ไม่เห็นอะไร ตนจึงประสานบริษัทแจ้งเรื่องดังกล่าว
นายเอกศาสตร์ เปิดเผยว่า ตนเป็นตัวแทนของบริษัทครอบขนส่ง (2002) จำกัด มาดูแลและแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เป็นเหตุสุดวิสัย จากการพูดคุยในเบื้อนต้นทราบว่าทางญาติมีความประสงค์ที่จะนำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดแก้วฟ้า เขตดุสิต กรุงเทพฯ ทางบริษัทจึงมอบเงินจำนวน 20,000 บาท ให้กับญาติของผู้เสียชีวิต เพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการทำศพเบื้องต้น ซึ่งหลังจากนี้จะมีการพูดคุยกับทางญาติ ดูแลช่วยเหลือเพิ่มเติมในส่วนที่จะช่วยได้ต่อไป
ด้านร.ต.อ.อุทัย กล่าวว่า เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนยังไม่แจ้งข้อหากับบุคคลใด เนื่องจากต้องทำการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ หากพบว่าเป็นความประมาทของผู้ใดก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป

