เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 พล.ต.ต.สรศักดิ์ เย็นเปรม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ได้ลงพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน เพื่อดูที่เกิดเหตุบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติถูกเผาทำลาย เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2559 และ บัญชีรายชื่อฯ หายไปจากป้ายประกาศหน้าหมู่บ้านฯ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2559
โดยสถานที่แรกคือ ศาลาอเนกประสงค์บ้านตาสด หมู่ที่ 3 ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน ซึ่งเป็นสถานที่ๆ พบว่า บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ หน่วยที่ 7 ต.ดอนไก่ดี ถูกเผาทำลาย แต่ในขณะนี้ได้มีการนำบัญชีรายชื่อฉบับใหม่มาติดไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ประชาชนได้มาตรวจสอบสิทธิ และได้มีการจัดกำลังคนคอยเฝ้าตลอด เสร็จแล้วรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้เดินทางไปที่ศาลาอเนกประสงค์ ทางเข้าหมู่บ้านพุทธชาด ม.5 ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน เพื่อดูป้ายประกาศที่บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติหน่วยที่ 7 ต.ท่าไม้ ก็ได้หายไปเป็นแห่งที่ 2 ของอำเภอกระทุ่มแบน โดยได้มีการพูดคุยกับนายอรุณ มาพิทักษ์ กำนันตำบลท่าไม้ซึ่งก็บอกว่าจะจัดกำลังเจ้าหน้าที่ อปพร.ของตำบลท่าไม้ มาตรวจดูให้ถี่มากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีกในทุกๆ หน่วยของตำบล
จากนั้น พล.ต.ต.สรศักดิ์ เย็นเปรม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ได้ร่วมกับ นายณรงค์ศักดิ์ เฉลิมเกียรติ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และนายนิวัฒน์ รุ่งสาคร รองผู้ว่าราชการจังหวัด พ.ต.อ.วิเชียร ประทุมรัตน์ ผกก.สภ.กระทุ่มแบน นายวิรัตน์ ไชยสิทธิ์ นายอำเภอกระทุ่มแบน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เผยผลการจับกุมนายสมพงษ์ ขอสงวนนามสมมติ (เป็นผู้ที่มีอาการคล้ายผู้ป่วยดาวน์ซินโดรม) อายุ 38 ปี ชาวกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ผู้ก่อเหตุเผาบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ หน่วยที่ 7 ต.ดอนไก่ดี อ.กระทุ่มแบน เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา
โดยบุคคลดังกล่าวได้ให้การยอมรับว่า เป็นผู้ก่อเหตุลงมือจุดไฟเผาบัญชีรายชื่อฯ จริง ที่ทำไปเพราะเป็นอาการทางความคิดและพฤติกรรมส่วนตัว ที่ชอบจุดไฟเผากระดาษ กิ่งไม้ หรือเศษหญ้าอยู่เป็นประจำ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะได้นำตัวส่งศาลเพื่อฝากขังในวันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม 2559 ส่วนการตัดสินจะเป็นเช่นไรนั้น ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล และหลักฐานทางการแพทย์ กับคำร้องขอของผู้ปกครองผู้ที่ก่อเหตุ เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีลักษณะทางร่างกาย และอาการทางความคิดที่ไม่เหมือนกับบุคคลธรรมดาทั่วไป แม้จะพูดจารู้เรื่องก็ตามที
ด้านนายณรงค์ศักดิ์ เฉลิมเกียรติ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า หลังจากที่เกิดเหตุการณ์เผาบัญชีรายชื่อ และฉกบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปนั้น ก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จัดกำลังเพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อนขึ้นได้อีก ซึ่งจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ จากหน่วยข่าวกรองที่เฝ้าระวังความรุนแรงในทุกพื้นที่ ก็เป็นที่เชื่อมั่นได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากการกระทำและความคิดส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงทางด้านการเมืองแต่อย่างใดทั้งสิ้น

