โควิด-19 เกิดในแผ่นดินอื่นถิ่นอื่น เป็น “ของนอก” ไม่ใช่ “ของไทย” เริ่มเจอผู้ป่วยตั้งแต่ปลายปีที่แล้วที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน มีผู้ป่วยตายคนแรกที่อู่ฮั่นวันที่ 9 มกราคม 2563 จากนั้นวันที่ 13 มกราก็เจอผู้ป่วยคนแรกในไทย จนถึงปลายเดือนมกราคม จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยังมีแค่ “นับร้อย”
แต่มาวันนี้โควิด-19 ระบาดลามทุกพื้นที่ ทุกทวีป รวมเกือบ 190 ประเทศ มีผู้ติดเชื้อ 7.7 ล้านคน ตายแล้ว 4.3 แสนคน “สหรัฐอเมริกา” ชวนระทึกขวัญ มาเป็นอันดับ 1 มีผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 2 ล้านคน ตายกว่า 1 แสนคน
ตั้งแต่อันดับ 2-10 เรียงตามลำดับไปคือ บราซิล รัสเซีย อินเดีย สหราชอาณาจักร สเปน อิตาลี เปรู ฝรั่งเศส และเยอรมนี ทุกประเทศมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่เกือบ 2 แสนคน ไปจนถึงเกือบ 1 ล้านคน ตายเป็นจำนวนหมื่นจำนวนแสน
แม้อันดับ 11-20 ที่ติดเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่อิหร่าน ตุรกี ชิลี เม็กซิโก ปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย แคนาดา บังกลาเทศ จีน และกาตาร์ ก็มีผู้ติดเชื้อตั้งแต่หลายหมื่นคน จนถึงนับแสนๆ คน
“ไทย” อยู่ในอันดับ 88 ของโลก มีผู้ติดเชื้อสะสมแค่ 3 พันกว่าคน ตาย 58 คน
ที่กล่าวนี้ไม่ได้หมายจะบอกว่า สบายๆ ไร้กังวล
ต้องตั้งตนอยู่ใน “ความไม่ประมาท” และ “พึ่งตนเอง” !
นานนับเดือนมาแล้วที่ในเชิงสถิติตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ชี้ให้เห็นว่า ในพื้นที่ใด ในประเทศใดที่ “เชื้อ”ยังกระจายและชุกชุม เช่น ใน “อินเดีย” มีผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 1 หมื่นคน ภายในวันเดียว
ในประเทศไทย นานนับเดือนที่ประจักษ์ว่า ผู้ป่วยทั้งหมดที่พบ มาจากผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศและกักตัวอยู่ใน State Quarantine
โควิด-19 เป็นของนอก เป็นโรคนำเข้า สามารถคะเน “ทาง” ได้ว่ามาทางไหน และควรออกแบบการดำเนินชีวิตกับวิธีป้องกันเพื่อประโยชน์แห่งตนเองและผู้อื่นอย่างไร
การกำหนดท่าทีและวิธีการที่เหมาะสมส่งผลต่อการมีปฏิสัมพันธ์กันระหว่างผู้คนและกิจกรรมในสังคม
ถึงเวลาที่จะต้อง “เปิดทาง” ให้ผู้คนได้ดำเนินชีวิตอันปกติแล้วช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ พร้อมกันนั้นก็ “ปิดตัวชั่วคราว” จากประเทศที่เสี่ยง
ไม่ใช่ขลาดกลัวและเขลาแล้วออกระเบียบบีบคั้น กดดัน รัดคอผู้คนในประเทศตัวเองจนทำมาหากินไม่ได้ !?!!

