สอบ “186 รพ.” นัดแรก คืบ! วาง 3 กรอบสอบข้อเท็จจริง เผย “อนุทิน” ย้ำโปร่งใส เป็นธรรม
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ สธ. และประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีโรงพยาบาล (รพ.) ในสังกัด สธ. จำนวน 186 แห่ง รับเงินบริจากจาคบริษัทยาร้อยละ 5 ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีโรงพยาบาล (รพ.) ในสังกัด สธ. จำนวน 186 แห่งฯ ครั้งที่ 1/2563 ว่า ในวันนี้ยังไม่มีมติในที่ประชุม แต่ทาง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. ให้นโยบายไว้ คือ การตรวจสอบจะต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด และมีความโปร่งใส เป็นธรรม โดยจะประชุมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
นพ.ม.ล.สมชาย กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 1 ให้มีการตรวจสอบข้อมูลจาก 3 กรอบ คือ 1.รับทราบข้อมูลจากภายนอกที่ นายมนู สว่างแจ้ง นักวิชาการอิสระ หรืออดีตผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่ามี รพ.ในสังกัด สธ.ได้รับเงินบริจาคจากบริษัทยาร้อยละ 5 ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดต่อระเบียบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) นามเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2560 พร้อมทั้งในวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายนนี้ การประชุมครั้งที่ 2/2563 จะเชิญให้ นายมนูเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องที่เปิดเผยออกไป 2.การรับทราบข้อมูลจากภายใน คือ ศูนย์ปราบปรามและต่อต้านการทุจริตของ สธ. และ 3.การรับทราบข้อมูลจากคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการ รพ.ขอนแก่น ที่มี นพ.อภิชาติ รอดสม สาธารณสุขนิเทศก์ เขต 6 เป็นประธานสอบสวน พร้อมทั้งเชิญ นพ.อภิชาติ เข้ามาให้ข้อมูลในวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายนนี้ด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อมูลที่นายมนูได้เปิดเผยมานั้น ไม่มีการระบุชื่อ รพ.ทั้ง 186 แห่ง มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ นพ.ม.ล.สมชาย กล่าวว่า เนื่องจากไม่มีข้อมูลส่วนนี้ จึงต้องทำการเชิญให้นายมนูเข้ามาในที่ประชุม เพื่อสอบถามข้อมูลว่ามีการเก็บข้อมูลอย่างไร เพราะหากเป็นการพูดลอยๆ ทาง สธ.จะมีความเสียหาย
“เบื้องต้น วันนี้นักวิชาการอิสระที่เปิดเผยข้อมูล ไม่ได้เข้าร่วมการประชุม แต่ได้ดูคลิปวิดีโอการแถลงข้อมูล 186 รพ.ดังกล่าวแล้วว่าการให้ข้อมูลว่ามี รพ.ในสังกัด สธ.รับเงินบริจาค 5% จากบริษัทยา ซึ่งเป็นการเผยแพร่ข้อมูลในที่สาธารณะ ซึ่งเป็นข้อมูลที่เปิดเผย” นพ.ม.ล.สมชาย กล่าว
เมื่อถามว่าข้อมูลที่ไม่มีการเปิดเผยชื่อของ 186 รพ. สธ.จะต้องมีการให้ทุก รพ.ทั่วประเทศทำรายงานการรับบริจาคเงินในปีนั้นมาหรือไม่ นพ.ม.ล.สมชาย กล่าวว่า คงไม่ทำขนาดนั้น แต่ว่าจะตรวจสอบในช่วงกรอบของปี พ.ศ.2561-2562 ที่เป็นช่วงเวลาภายหลังจากมีมติของ ครม.ออกมาแล้ว
เมื่อถามต่อว่าในกรอบการตรวจสอบข้อมูลที่มีการเรียกข้อมูลจากคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี นพ.ชาญชัย มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร นพ.ม.ล.สมชาย กล่าวว่า เนื่องจากเป็นการกล่าวหาที่เป็นเรื่องคล้ายกัน ดังนั้นก็จะต้องนำข้อมูลมาเพื่อดูแนวทาง แต่ไม่ได้เป็นการนำมาตรวจสอบอะไร และยังไม่มีข้อมูลว่ามีความเกี่ยวข้องกัน

