“ชมรมแพทย์ชนบท”เตือน”นพ.วชิระ”อย่าสร้างความปั่นป่วน ปมผอ.รพ.ขอนแก่น

17.06.20 | 09:15 น.

“ชมรมแพทย์ชนบท”เตือน”นพ.วชิระ”อย่าสร้างความปั่นป่วน ปมผอ.รพ.ขอนแก่น

วันที่ 17 มิถุนายน ชมรมแพทย์ชนบทออกมาเคลื่อนไหวเรื่อง รพ. รับเงินบริษัทยา โต้ประเด็นที่ นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อดีตรองปลัด สธ. ออกมาปกป้อง ผอ.รพ.ขอนแก่น โดยเฟซบุ๊ก ชมรมแพทย์ชนบท ระบุว่า

#สอนมวยอดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.วชิระ เพ็งจันทร์

FB-Wachira Pengjuntr

ดูเหมือนว่าช่วงนี้ คนที่ออกมาให้ข่าวรายวันและเต้นมากเป็นพิเศษ เป็นหัวขบวนในการต่อต้านคำสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น เรียกร้องหาธรรมาภิบาล ต่างๆนานา แต่ไม่ย้อนกลับไปดูตนเองในช่วงที่มีอำนาจ สร้างวีรกรรมอันมืดมนอะไรไว้บ้าง จนบุคลากรสาธารณสุขออกมาประท้วงกันทั้งประเทศ และยังออกมาอวดภูมิว่าเป็นผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ ด้านบริหารงานบุคคล กระทรวงสาธารณสุข ท่านนั้นคือ อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.วชิระ เพ็งจันทร์

สาระสำคัญดูเหมือนว่า อดีตรองปลัดฯ นพ.วชิระ จะไม่เข้าใจเรื่องการบริหารบุคคล ในเรื่องการจัดการการทุจริตเอาเสียเลย รู้งูๆปลาๆ เพียงแค่ว่าเป็นพวกก็ต้องออกมามาต้านไว้ก่อน ระวังจะตกม้าตาย และยิ่งซ้ำเติมทำร้ายให้หนักลงไปอีก

Advertisement

ทางชมรมแพทย์ชนบทจึงขอนำระเบียบข้อกฎหมายมาทบทวน ให้อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ได้อ่านทบทวน และไปศึกษาให้เข้าใจ

เมื่อรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ ไว้ดังนี้

“ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2561 คณะรัฐมนตรีได้ลงมติรับทราบมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ ตาม ม.265 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และแจ้งเวียนให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในสมัยนั้น คือ นายปิยะสกล สกลสัตยาทร ถือปฏิบัติแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามหนังสือด่วนที่สุด ที่ นร 0505/ว 165 จากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี หนังสือลงวันที่ 29 มีนาคม 2561 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการ ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขไปดำเนินการ เมื่อวันที่4เมษายน2561พร้อมทั้งได้แนบเอกสาร แนวทางปฏิบัติ ตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ มาด้วย โดยมีสาระสำคัญ 5 ข้อ”

จะขอยกมาเป็นประเด็นที่ตอบโต้กันว่า กรณีย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น เมื่อมีการชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง ผู้มีอำนาจจะต้องดำเนินการอย่างไร สามารถย้ายได้หรือไม่? หากไม่ดำเนินการอาจถือเป็นความบกพร่องต่อหน้าที่ ไม่ปฏิบัติตามมติ ครม.

ข้อสำคัญคือ ข้อที่ 2 ที่เกี่ยวข้องต่อกรณีการย้าย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น

ข้อ 2 ที่ว่าคือ “ในกรณีที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่ามีหลักฐานควรเชื่อได้ว่าสามารถสรุปความผิดได้ชัดเจนถึงขั้นชี้มูลความผิด (กรณีนี้ชี้มูลชัดแจ้งแล้ว) ให้ส่วนราชการต้นสังกัดดำเนินการทางวินัยต่อข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดโดยเร็ว และให้รายงานหัวหน้าส่วนราชการและรัฐมนตรีเจ้าสังกัดเพื่อทราบความคืบหน้าและเร่งรัดดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้อาจพิจารณาให้ข้าราชการของรัฐผู้นั้นออกจากราชการไว้ก่อนหรือออกจากตำแหน่งก็ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสมและในกรณีที่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดทางอาญาให้ส่งเรื่องให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบเพื่อพิจารณาดำเนินคดีโดยทันที”

อีกทั้งในมาตรการดังกล่าว วรรคสองยังเขียนชัดเจนว่า

“กระบวนการพิจารณาดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎและระเบียบที่เกี่ยวข้องตามปกติ แต่ให้เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วโดยพิจารณาจัดลำดับตามความสำคัญความสนใจของประชาชนและมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น ในกรณีที่กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงแต่ไม่ถึงขั้นให้ปลดออกจากราชการหรือไล่ออกจากราชการให้ส่วนราชการต้นสังกัดดำเนินการปรับย้ายจากตำแหน่งเดิมและห้ามปรับย้ายไปดำรงตำแหน่งหน้าที่ในลักษณะเดิมหรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นภายในเวลา3ปีนับแต่วันที่มีการลงโทษทางวินัย”

จะเห็นได้ว่า ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ก็ได้ดำเนินการทุกอย่างไปตามแบบแผนของทางราชการ เมื่อเรื่องปรากฏ มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง สอบสวนแล้วพบว่าเรื่องมีมูลผิดวินัยร้ายแรง ก็ดำเนินการสั่งย้ายไปตามมติ ครม.หรือระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตาม พรบ.ข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงไปตรงมา

แต่อดีตรองปลัดฯวชิระ เพ็งจันทร์ กลับทำมึนหรือมึนจริงก็ไม่รู้ เขียนสอนมวยคนอื่นแบบมั่วๆ เพื่อเอาใจพวกพ้อง ปั่นกระแส จึงเอาสีข้างเข้าแถ ประมาณว่าปลัดกระทรวงฯลุแก่อำนาจ ทำโดยไม่ชอบด้วยกฏหมาย ชมรมแพทย์ชนบทยืนยันว่า “นี่คือการกระทำตามกฏหมาย มติ ครม. ตามระเบียบ ปปช. ตามระเบียบบริหารบุคคล ตาม พรบ.ข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ที่ถูกต้อง ตามขั้นตอน และมีเมตตาต่อผู้ถูกกล่าวหาแล้ว

การทุจริตใดๆ หากกรรมการสอบสวนชี้มูลว่ามีมูล การย้ายออกมาก่อนเป็นมาตรฐานทางราชการที่สำคัญ เพื่อป้องกันการทำลายหลักฐาน ป้องกันการข่มขู่พยาน ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดเพิ่มขึ้น นี่เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว

อย่าสร้างความปั่นป่วนปลุกระดมเอามัน โดยไม่สนใจความถูกต้องอีกเลยนะท่านอดีตรองปลัดฯ นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ ยิ่งเขียนออกมาก็ยิ่งอายเขาว่า “ทำไมกระทรวงเคยมีอดีตรองปลัดที่ไม่รู้เรื่องแบบนี้ด้วยหรือ”

ข้อคิดส่งท้าย “บางคนแกล้งโง่ เพื่อจะได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง แต่บางคนอวดดี ทำเหมือนว่ารู้ทุกทาง ทั้งที่ไม่รู้อะไรสักอย่างเดียว”

เอาเวลาไปขายเพชรขายพลอยดีกว่า หรืออยากรู้ถุงขนม 4 ล้าน ที่ชั้น4 มีเวลาจะเล่าให้ฟัง

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=3637551709605293&id=142436575783508