รวบหนุ่มหลอกพระ ให้เป็นสปอนเซอร์ อ้างมีศิลปิน ญาติโยมไปแสวงบุญ เสียหายนับร้อยราย

19.06.20 | 22:36 น.

รวบหนุ่มหลอกพระ ให้เป็นสปอนเซอร์ อ้างมีศิลปิน ญาติโยมไปแสวงบุญ เสียหายนับร้อยราย

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น.,พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น.,สั่งการ พ.ต.อ.อิสเรศ ปาลาพงศ์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น.,พ.ต.ท.มนเทียน ปิ่นทัศน์ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น.นำกำลังจับกุม นายเอกพล วงศ์วรพล อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 442/2561 ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2561 ข้อหา “ฉ้อโกง” ได้หน้าดวงแก้วอพาร์ตเมนต์ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ภายหลังสืบทราบว่าเมื่อปี 2560 นายเอกพล ซึ่งเคยอุปสมบทที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี หลังจากสึกแล้ว นายเอกพลได้เข้าทำงานที่วัดดังกล่าว ทำหน้าที่เป็นจิตอาสาผู้ช่วยพระสงฆ์ และทำงานเกี่ยวกับธุรการ คอมพิวเตอร์ รวมถึง ขับรถรับส่งพระสงฆ์เวลาเดินทางไปประกอบกิจนิมนต์ ได้ค่าจ้างเดือนละ 15,000 บาท ด้วยความเป็นคนอัธยาศัยดี มนุษยสัมพันธ์ดี ทำให้พระชั้นผู้ใหญ่ในวัดไว้ใจ แล้วนายเอกพล ได้อ้างกับพระชั้นผู้ใหญ่ในวัดรูปหนึ่งว่า ตนเองมีความสนิทสนมกับศิบปินทอล์คโชว์ชื่อดัง โดยศิลปินดังกล่าวได้ปรึกษาตนว่าจะพาญาติโยมไปแสวงบุญที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา หากจ่ายมัดจำโปรแกรมทัวร์ จะได้ราคาถูก จึงอยากให้พระสงฆ์เป็นสปอนเซอร์ให้ นอกจากนี้ นายเอกพลยังใช้อุบายโดยการไปซื้อซิมโทรศัพท์ใหม่ แล้วโทรไปหาพระอ้างว่าจะขอตัวนายเอกพลไปช่วยดูแลญาติโยมที่ไปแสวงบุญที่ประเทศเมียนมา อีกทั้ง

นายเอกพลได้นำภาพที่ถ่ายคู่กับศิลปินคนดังกล่าว ซึ่งเป็นลูกศิษย์วัดดังกล่าวมาแสดงให้ดู ทำให้พระลงเชื่อว่า ถ้าศิลปินคนนี้พาญาติโยมไปแสวงบุญก็จะมีสปอนเซอร์รายอื่นๆเข้ามาช่วยออกทุนด้วย จึงโอนเงินให้เบื้องต้น 5 แสนบาท


เมื่อถึงช่วงใกล้ไปแสวงบุญตามที่กล่าวอ้าง มีญาติโยมที่มีจิตศรัทธาต้องการทำบุญ ประมาณ 120 ราย โอนเงินให้นายเอกพล รวมกว่า 2 ล้านบาท แต่เมื่อถึงวันไปแสวงบุญ วันที่ 19-21 มกราคม 2561 พระและญาติโยมไม่สามารถโทรศัพท์ติดต่อนายเอกพลได้ โทรหาได้แต่ผ่านไลน์ โดยนายเอกพลอ้างว่าอยู่ต่างประเทศ เมื่อถึงกำหนดกลับ นายเอกพลอ้างว่าศิลปินขอแสวงบุญต่อ เวลาผ่านไป 1 เดือน พระสังเกตว่านานผิดปกติ เกรงว่าชาวบ้านจะแจ้งความจับพระเอง จึงออกเงินค่าตั๋วเครื่องบินให้ญาติโยมทั้ง 120 คน ไปประเทศเมียนมา เพื่อดูว่ามีการแสวงบุญจริงหรือไม่ ปรากฎว่าไม่มี พระจึงคืนเงินให้ญาติโยมทั้งหมดรวม 2 ล้านบาท แล้วแจ้งความดำเนินคดีกับนายเอกพลไว้ที่สภ.คลองหลวง

ต่อมาชุดสืบสวน กก.สส.3 บก.สส.บช.น.สืบทราบว่านายเอกพลหลบหนีไปกบดานที่จ.อุดรธานี อาศัยกับหญิงสาวแล้วหลบหนีคดีโดยย้ายที่พักเรื่อยๆ จนถูกจับกุม

Advertisement

สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนเองอยากได้เงินไปตั้งตัวที่บ้านสัก 1 ก้อน อีกทั้ง ยังติดการพนันออนไลน์ ทั้งบอล รักบี้ มวย ครั้งละร่วมแสนบาท จนเงินหมด จึงหนีกลับไปอยู่บ้าน ส่วนที่หลอกว่าอยู่ต่างประเทศนั้น จริงๆ อาศัยอยู่อพาร์ทเม้นท์ ใน จ.ปทุมธานี จะไม่ออกไปไหน ออกเฉพาะกลางคืน เพราะกลัวคนเห็น

จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาพบว่า มีหมายจับศาลจังหวัดพระโขนงปี 2556 ข้อหา “ยักยอก” และศาลจังหวัดอุดรธานี ปี 2556 ข้อหา “ลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ ที่เป็นทรัพย์ของนายจ้างหรือ รับของโจร,ยักยอกทรัพย์ ปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์ หรือตั๋วแลกเงิน หรือใช้ เอกสารสิทธิหรือตั๋วแลกเงินปลอม เบื้องต้น นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป