รองสารวัตรเปิดใจเคยลงมือทำร้ายเเฟนสาวจริงเเต่ไม่ได้ยิง ยันคนตายยถนัดทั้งซ้ายขวาไม่เคยเอาปืนจ่อหัวคนตาย

21.06.20 | 12:49 น.

รองสารวัตรเปิดใจเคยลงมือทำร้ายเเฟนสาวจริงเเต่ไม่ได้ยิง ยันคนตายยถนัดทั้งซ้ายขวาไม่เคยเอาปืนจ่อหัวคนตายคลุมผ้าหลังเจ้าหน้าที่มา เเม่ผู้ตายเผยเคยถูกซ้อมจนสลบ ขู่ฆ่าล้างโครต เคยเตือนให้เลิก

กรณีน.ส.พิมชฎาพร ภูแย้มไสย์ อายุ 30 ปี คนรักของร.ต.อ.ทรงกลด บุญส่ง รองสว.สส.สน.วังทองหลางใช้ปืน.45 ยิงตัวตายภายในบ้านเลขที่ 128 หมู่บ้านเสนาวิลล่า 88 ซอย 7 ถนนแฮปปี้แลนด์สายเก่า แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ทางญาติสงสัยกรณีการเสียชีวิต เพราะทั้งสองคนมีปากเสียงกันเรื่อยมา เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่20 มิถุนายน ท้องที่สน.ลาดพร้าว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าวันที่ 21 มิถุนายน ที่สน.ลาดพร้าว ทางญาติผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาที่สน.เพื่อติดตามความคืหน้าคดี เพราะยังมีข้อสงสัยเรื่องการเสียชีวิต ทางนางทองใส ภูคงน้ำ อายุ 56 ปี แม่ของน.ส.พิมชฎาพร พร้อมด้วย นายสมัย ภูคงน้ำ อายุ 53 ปี น้าชายผู้เสียชีวิต ได้มาพบพนักงานสอบสวนสน.ลาดพร้าว สำหรับศพนั้นจะมีการนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านคงเค็ง ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์

นางทองใส เปิดเผยว่า ลูกสาวเป็นคนอัธยาศัยดี ร่าเริงไม่มีอะไรที่บ่งบอกถึงการจะฆ่าตัวตาย จึงไม่เชื่อว่าลูกสาวจะฆ่าตัวตาย ส่วนกรณีที่มีกระสุนยิงเข้าทางด้านซ้ายตนไม่เชื่อว่าลูกจะใช้ปืนยิงเข้าไปบริเวณดังกล่าว เนื่องจากลูกสาวถนัดมือขวาและใช้อาวุธปืนไม่เป็น อย่างไรก็ตาม ปกติมีเรื่องอะไรลูกสาวจะโทรมาปรึกษากับตนเองตลอดส่วนเรื่องความขัดแย้งระหว่างลูกสาวกับแฟนนั้น นางทองใส กล่าวว่า ลูกสาวเคยเล่าให้ฟังว่า ทะเลาะกันบ่อยครั้ง เคยใช้ปืนจ่อหัว และลงมือหนักทุบตีจนลูกสาวของตนเองจนสลบ กระทั่งครั้งหนึ่งลูกสาวเคยพาหลานหนีกลับบ้าน ผู้ชายคนนี้มีการพูดข่มขู่เอาไว้ว่ากลับไปจะฆ่าล้างโคตร จึงยอมรับว่ากลัวใจผู้ชายคนนี้มาก และเคยเตือนลูกสาวว่าให้เลิกรากันไป แต่ลูกสาวเขาไม่ยอมเลิก เพราะเห็นแก่ลูกคือหลานของตนเองที่ตอนนี้อายุ 2 ขวบนางทองใส กล่าวต่อว่า ตั้งแต่ลูกสาวคบกับผู้ชายคนนี้มาเกือบ 4 ปี ตนไม่เคยเห็นผู้ชายคนนี้เคยไปบ้านหรือมาจัดพิธีให้ถูกต้องตามประเพณี ขนาดลูกตนตาย เขายังไม่คิดจะโทรบอกเลย ทางตำรวจที่ สน.ลาดพร้าว เป็นคนโทรบอก ถือว่าใจดำเหลือเกิน ท้ายที่สุดอยากฝากบอกนายตำรวจคนนี้ว่า หากว่าเป็นคนทำก็อยากจะให้ยอมรับผิด และมอบตัว แต่ถ้าไม่ทำก็ให้ออกมาพูดความจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้น

Advertisement

ด้านน.ส.พนิตา บุญโชติ อายุ 31 ปี ลูกพี่ลูกน้อง กล่าวว่า  ผู้ตายคบกับนายตำรวจคนนี้ตั้งแต่ปี 59 ซึ่งในช่วงที่คบแรกๆ น้องสาวตนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตำรวจเคยมีลูกมีเมียกันมาก่อน น้องสาวมารู้ทีหลังตอนช่วงที่กำลังตั้งทอง ถึงกับเคยโทรมาปรึกษาตนว่า นายตำรวจโกหกว่าตัวเองโสดน้องจึงตัดสินใจคบหาและมีครอบครัวด้วย เพราะถ้าพูดกันตามตรงน้องทำอาชีพพริตตี้ งานก็ไม่ได้มั่นคงขนาดนั้น การที่จะมีครอบครัว หน้าที่การงานเขาก็ดีจึงตัดสินใจมีลูกมีครอบครัว

จนพักหลังๆ น้องทะเลาะกับผู้ชายคนนี้บ่อยขึ้นมีการลงไม้ลงมือ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ผู้ชายชอบไปกินเหล้า ไม่ยอมเข้าบ้าน น้องบอกเขาติดการพนันด้วย ส่วนเรื่องชู้สาวตนก็คิดว่าน่าจะมี เขาแทบจะไม่เคยดูแลน้องตนเลย อย่างตอนช่วงที่คลอดลูก น้องตนไปรพ.ไม่ทันถึงกลับต้องคลอดลูกตรงบันไดทางขึ้นแฟลตตำรวจที่เขาเคยอยู่ด้วยกันด้วย

ทางร.ต.อ.ทรงกลด กล่าวว่า ขอยืนยันความบริสุทธิ์ใจ ตนไม่ได้ก่อเหตุ ทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตคิดว่าตนอาจมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ขอยืนยันว่าตนไม่ได้ทำ และไม่มีเหตุผลที่จะทำเพราะเขาคือคนที่ตนรักและมีลูกด้วยกัน ก่อนหน้านี้ยอมรับว่าครอบครัวของแฟนไม่ชอบตนจริงและไม่เคยเจอกัน มีเพียงพูดคุยกับแม่แฟนผ่านโทรศัพท์มือถือเท่านั้น เพราะทางคนตายไม่เคยพาตนไปพบหน้าครอบครัวอีกฝ่ายเลย ทางตนก็พยายามพิสูจน์ให้แม่ของคนตายเห็นว่าตนสามารถดูแลลูกของเขาได้ จึงได้ซื้อบ้านเมื่อ 3 เดือนก่อนเพื่อทำให้เห็นว่าลูกของเขาจะไม่ลำบาก

ร.ต.อ.ทรงกลดกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนเลิกงานที่สน.วังทองหลาง กลับมาที่บ้านหลังเกิดเหตุตอนตี1 ที่กริ่งหน้าบ้านมันเสียและตนก็ไม่มีกุญแจไขเข้าไปในบ้าน จึงต้องโทร.ไปหาคนตายให้ลงมาเปิดประตูให้ เมื่อผู้ตายเดินมาเปิด ตนก็นั่งดูหนังที่ชั้นล่าง เมื่อดูหนังจบก็เดินขึ้นไปที่ชั้น2 ก็เห็นทางผู้ตายมีอาการเครียด ไม่พูดไม่จา ตนก็ถามว่าเป็นอะไร แต่คนตายไม่ตอบ เดินไปนอนอีกห้อง ตนก็พยายามชวนคุย อีกฝ่ายก็ยังไม่ยอมตอบ และได้เดินเข้าไปอีกห้องปิดประตูล็อก ตนจึงใช้เท้ากระแทกประตูเปิดแล้วจึงไปจูงมือให้กลับมาคุยกันที่ห้องนอนตามปกติ ทางคนตายก็ยอมมานอนที่เตียงด้วย แต่ตนรู้ว่าอีกฝ่ายมีอาการเครียด ๆจนกระทั่งพอช่วงเช้า ตนก็ได้ยินเสียงปืนดัง จึงวิ่งลงมาดู หลังเกิดเรื่องจึงแจ้งตำรวจและแจ้งทุกคนที่เกี่ยวข้อง สำหรับผ้าที่คลุมนั้น ตนรอจนเจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานจนหมดแล้ว จะเรียกมูลนิธิมาเก็บศพ จึงเอาผ้ามาคลุมไว้ แต่ไม่ได้คลุมไว้ตั้งแต่แรก ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุนั้นเป็นปืนของตนเอง ปกติจะเอาใส่กระเป๋าไว้ที่ห้องนอนชั้น2 โดยมีกระสุนคาไว้ แต่ตนไม่ขึ้นนก ทำให้จะลั่นเองไม่ได้เด็ดขาด ต้องขึ้นนกก่อนถึงจะยิงได้ ส่วนที่ว่ากระสุนเข้าขมับซ้าย ทางญาติติดใจเพราะคนตายถนัดมือขวา ตนยืนยันว่าผู้ตายถนัดทั้งสองมือสำหรับเรื่องการทะเลาะจนถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันนั้น ตนขอแก้ข่าวที่บอกว่าเคยเอาปืนจ่อหน้าผู้ตาย ตนไม่เคยทำ แต่ยอมรับว่าเคยทะเลาะกันและเคยใช้กำลังด้วยการตบไปที่ใบหน้า เนื่องจากภรรยาพยายามจะเอาลูกกลับไปที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งตนไม่อยากให้เอากลับไป จนเกิดการยื้อแย่งกัน ปกติผู้ตายชอบประชดบอกว่าจะพาลูกกลับแบบนี้เสมอ ที่ผ่านมาตนรู้ว่าคนตายเครียดเรื่องที่แม่ป่วยเป็นเบาหวานต้องเข้าโรงพยาบาล ตนก็ให้เงินใช้เดือนละ 15,000 บาท คนตายก็ขายของเสื้อผ้าออนไลน์เพื่อหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายให้แม่ใช้รักษาตัว

ด้านพ.ต.อ.รุ่งสกุล บุญกระพือ ผกก.สน.ลาดพร้าว กล่าวว่า คดีนี้ตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตอนนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา กับร.ต.อ.ทรงกลด โดยจากการสอบปากคำเจ้าตัวก็ยังยืนยันว่าเป็นเหตุฆ่าตัวตาย แต่บางเรื่องก็อยู่ในสำนวนไม่สามารถเปิดเผยได้ ทั้งเรื่องว่าผู้ตายถนัดมือข้างใด ตอนนี้ตำรวจจะใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์เป็นหบัดฐานสำคัญในคดีนี้ เพราะตอนเกิดเหตุไม่มีประจักษ์พยานใด ๆ นอกจากตัวผู้กองกับผู้ตาย ภาพรวมของคดีนั้นก้าวหน้าไปเยอะ ผกก.สน.ลาดพร้าวเผยว่า ตอนไปที่เกิดเหตุนั้น ศพนั้นไม่มีผ้าคลุมไว้ แต่อยู่บนโซฟา เจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานตามขั้นตอนถูกต้องทุกอย่าง ส่วนปืนนั้น เท่าที่ตนไปตรวจสอบก็เห็นวางอยู่บนโซฟาตามปกติ ไม่มีการเคลื่อนย้ายหลักฐานใด ๆ ทั้งสิ้น ตอนนี้จะต้องรอผลตรวจทุกอย่าง ทั้งคราบเขม่าปืนในตัวผู้ตายและผู้กอง จะใช้เวลา 30-45 วันเช่นเดียวกับผลตรวจทางแพทย์ทุกอย่าง