‘บรรยิน’ปฏิเสธกลางศาลคดี’อุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา’อ้างถูกจำเลย2-6 ใส่ร้าย ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ

22.06.20 | 14:13 น.

เมื่อวันที่ 10.00น. เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี นัดศาลนัดตรวจพยานหลักฐานในส่วนจำเลยที่ 1 คดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาอดีตเจ้าของสำนวนโอนหุ้นนายชูวงษ์ แซ่ตั้ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 3 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ 56 ปี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ , นายมานัส ทับทิม อายุ 67 ปี , นายณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์ อายุ 48 ปี , นายชาติชาย เมณฑ์กูล อายุ 31 ปี , นายประชาวิทย์ หรือตูน ศรีทองสุข อายุ 33 ปี , ด.ต.ธงชัย หรือ สจ.อ๊อด วจีสัจจะ อายุ 63 ปี ทั้งหมดภูมิลำเนา จ.นครสวรรค์ เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิด 9 ข้อหา ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ ตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) มาตรา 289 , ฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้ใดเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ เป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไปถึงแก่ความตาย มาตรา 309,313 , ฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มาตรา 310 , ฐานร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป มาตรา 139,140 , ฐานเป็นซ่องโจร โดยสมคบกันเพื่อกระทำผิดที่มีระวางโทษประหารชีวิต มาตรา 210 , ฐานร่วมกันพยายามข่มขืนใจผู้อื่น ให้กระทำการใดโดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป มาตรา 213 , ฐานร่วมกันซ่อนเร้น ทำลายศพเพื่อปิดบังการตายและสาเหตุการตาย มาตรา 199 , ฐานร่วมกันกระทำการใด ๆ แก่ศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นเพื่ออำพรางคดี ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 150 ทวิ , ฐานร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน มาตรา 145 ประกอบ ป.อ.มาตรา 33,80,83,91,92 และยังยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 1 ข้อหาที่ 10 ฐานสวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงาน เพื่อให้คนอื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิและแต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิเพื่อกระทำผิดอาญา มาตรา 146

โดยอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 3 ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้ง6 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งจำเลยที่ 2-6 ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ สำหรับ นายณรงค์ศักดิ์ จำเลยที่ 3 แถลงให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยทนายความจำเลยที่ 3 ขอยื่นคำให้การในวันนัดตรวจหลักฐาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 08.10 น.วันเดียวกันนี้ มีการเบิกตัว พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 1 ที่มีข่าวว่าวางเเผนจะเเหกหักห้องขัง จากเรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งจำเลยถูกย้ายขังเดี่ยวมาขึ้นศาล โดยมีชุดหนุมานกองปราบปราม ขับรถนำขบวนผู้คุมตัว พ.ต.ท.บรรยิน มีรถคุ้มกันปิดท้ายอย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น

สำหรับการนัดตรวจพยานหลักฐานในวันนี้ศาลได้มีคำสั่งให้พิจารณาเป็นการลับ โดยให้โจทก์ , พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 1 และทนายความจำเลยดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานร่วมกับเจ้าพนักงานคดีเวลา 10.00 น. และให้ตรวจสอบพยานหลักฐานโดยศาล โดยห้ามไม่ให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่คู่ความเข้าอยู่ในห้องพิจารณา ยกเว้นบุคคลที่กฎหมายกำหนดเข้าอยู่ในห้องพิจารณา

ต่อมาเวลา 11.00 น.ศาลออกนั่งบัลลังก์ตรวจพยานหลักฐาน ของโจทก์กับจำเลยที่ 1 พนักงานอัยการคดีปราบปรามการทุจริต3 โจทก์ จำเลยที่ 1ทนายจำเลยที่ 1
,2,4-6และน.ส.พนิดา ศกุนตะประเสริฐ อดีตผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีโอนหุ้นเสี่ยชูวงษ์ที่พี่ชายถูกอุ้มมาศาล

Advertisement

เจ้าพนักงานคดีแถลงว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานที่คู่ความทั้งสองฝ่ายอ้างแล้ว มีเพียงฝ่ายโจทก์เท่านั้นที่อ้างส่งพยานเอกสาร ส่วนฝ่ายจำเลยที่ 1 ไม่มีพยานเอกสารที่จะอ้างเพื่อให้ศาลและโจทก์ได้ตรวจสอบ คงมีแต่พยานบุคคลที่จะขอนำสืบเท่านั้น จึงขอให้ศาลออกนั่งพิจารณาเพื่อตรวจพยานหลักฐานต่อไป

นางสาวพนิดา ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ อ้างว่าเป็นผู้เสียหาย ที่ถูกจำเลยที่ 1 กับพวก กระทำความผิดฐานร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบ ด้วยหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป และฐานร่วมกันพยายามข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพของผู้อื่น โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่5คนขึ้นไป ตามคำร้องฉบับ
ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2563

สอบโจทก์แล้วแถลงว่าน.ส.พนิดาเป็นผู้เสียหายในความผิด ฐานดังกล่าวจริง ไม่ค้านที่จะเข้าร่วมเป็นโจทก์

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เมื่อโจทก์แถลงรับว่านางสาวพนิดาเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานดังกล่าวและไม่ค้าน จึงอนุญาตให้น.ส.พนิดาเข้าร่วมเป็นโจทก์เฉพาะความผิดฐานร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่ฯ และร่วมกันพยายามข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 139,140 วรรคแรก และมาตรา 309วรรคสอง ประกอบมาตรา 80,83ได้

จำเลยที่ 1 ยื่นคำให้การฉบับลงวันที่วันเดียวกันนี้ ศาลสอบคำให้การจำเลยที่ 1ตามคำให้การดังกล่าว จำเลยที่ 1 แถลงให้การปฏิเสธ อ้างว่าถูกจำเลยที่ 2-6 กลั่นแกล้ง ใส่ร้าย ตามวัน เวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยที่ 1ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ โดยจะนำสืบอ้างฐานที่อยู่

ทนายจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำร้องขอเลื่อนวันนัดตรวจพยานหลักฐานวันนี้ และ
ทนายจำเลยที่ 4 และที่ 5 กับทนายจำเลยที่ 6 ยื่นคำร้องขอเลื่อนวันนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 25 มิถุนายน 2563 อ้างว่าพยานเอกสารที่โจทก์อ้างส่งมีมากกว่า 10 แฟ้ม ทนายจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทนายจำเลยที่ 4 และที่ 5 กับทนายจำเลยที่ 6 ยังไม่ได้อ่านหรือตรวจพยานเอกสารของโจทก์แล้วเสร็จ ตามคำร้องฉบับลงวันที่วันนี้

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ฝ่ายจำเลยได้ยื่นคำร้องขอคัดถ่ายเอกสารที่โจทก์อ้างส่ง และได้รับเอกสารไปนานพอสมควรแล้ว ทั้งเหตุที่อ้างในคำร้องนั้น ไม่ใช่เหตุจำเป็นที่ไม่อาจกล่าวล่วงเสียได้ อันจะเป็นเหตุให้เลื่อนคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 40 ประกอบ พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 6 จึงให้ยกคำร้อง แต่แม้ ในวันนัดตรวจพยานหลักฐานนี้ จะกำหนดให้คู่ความแถลงแนวทางการเสนอพยานหลักฐาน และการโต้แย้งพยานหลักฐาน แต่ด้วยข้อจำกัดของจำเลยที่ถูกขังในเรือนจำ จึงอนุญาตให้ยื่นคำแถลงโต้แย้งพยานหลักฐาน เเละแนวทางการเสนอพยานหลักฐาน และความจำเป็นที่จะต้องสืบพยานหลักฐาน ภายใน 60 วัน นับแต่วันนี้