หนุ่มตามเจ้าของวอลโว่ชนแล้วทับเมียตายทั้งกลมดับ พบรถเปลี่ยนหลายมือ ยังไม่รู้ใครขับ

23.06.20 | 13:32 น.

หนุ่มตามคดีชายขับวอลโว่เสย จยย.ทำแฟนท้อง 5 เดือนดับทั้งกลม ตร.พบข้อมูลคนขับอาจยึดรถเพื่อนมาใช้

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ สน.มีนบุรี นายธนายุทธ พุฒิเพ็ง อายุ 19 ปี สามี น.ส.นาดียะห์ เดชะคำภู อายุ 21 ปี ที่ตั้งท้องได้ 5 เดือน ผู้เสียชีวิตจากกรณีเมื่อคืนวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา มีรถเก๋งวอลโว่ชนจักรยานยนต์ บริเวณก่อนถึงปากซอยสุวินทวงศ์ 28 กรุงเทพฯ เป็นเหตุให้ น.ส.นาดียะห์ เสียชีวิตพร้อมลูกในครรภ์ โดยรถเก๋งวอลโว่ได้ขับหลบหนีไป ไม่ยอมลงมาให้การช่วยเหลือนั้น มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อติดตามความคืบหน้าจากอุบัติเหตุดังกล่าว


นายธนายุทธกล่าวว่า คืนเกิดเหตุตนกับแฟนเพิ่งไปกินข้าวที่บ้านฝ่ายหญิงย่านฉลองกรุง และกำลังนั่งรถจักรยานยนต์กลับบ้านของตนย่านสุวินทวงศ์ ขณะนั้นเวลาประมาณ 22.20 น. ใกล้ถึงบ้านแล้ว อยู่ช่วงปากซอยสุวินทวงศ์ 28 แฟนบอกว่าให้ตนขับเบาๆ เนื่องจากถนนไม่ดีและเจ็บท้อง โดยตนวิ่งอยู่เลนซ้ายสุด จู่ๆ เห็นแสงรถสว่างวาบสะท้อนกระจกมองหลังทั้งสองข้างก่อนจะถูกชนท้ายอย่างแรงจนตนร่วงลงจากรถทันทีแต่แฟนกระเด็นไปอยู่บนฝากระโปรงหน้าไปกับรถคันดังกล่าวประมาณ 20 เมตร ก่อนที่จะหล่นลงแล้วถูกรถคันนั้นเหยียบร่างแฟนผ่านไปโดยไม่จอดดูเลย เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมากจนตนแทบไม่เชื่อสายตา จากนั้น มีพลเมืองดีวิ่งมาช่วยและมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือนำแฟนไปส่ง รพ.นวมินทร์ 1 ส่วนตนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจึงทำแผลและรีบไปแจ้งความ โดยให้ญาติตามไปดูแฟนที่ รพ. ก่อนตนจะทราบว่าแฟนเสียชีวิตเมื่อเวลา 02.00 น. ที่ รพ.นวมินทร์ 9 วันนี้จึงมาติดตามความคืบหน้าของคดี ที่ สน.มีนบุรี

พ.ต.อ.คมกฤษณ์ คำบุศย์ ผกก.สน.มีนบุรี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุฝ่ายสืบสวนได้ไล่กล้องวงจรปิดพบว่าหลังจากเกิดเหตุชน รถยนต์คันก่อเหตุได้ขับต่อไปอีก 8 กิโลเมตร ก่อนจะจอดรถ เห็นผู้ชายเดินลงมาโบกรถแท็กซี่ไป ตำรวจจึงติดตามไปตรวจยึดรถ เป็นรถยนต์ยี่ห้อวอลโว่ สีดำ ทะเบียน กธ 6498 พระนครศรีอยุธยา สภาพมีรอยชนบริเวณกันชนและฝากระโปรงหน้าด้านขวา มียางแตกที่ล้อรถขวาด้านหลังและล้อซ้ายด้านหน้า จึงนำรถมาตรวจสอบที่โรงพัก โดยประสานให้กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบในวันนี้

พ.ต.อ.คมกฤษณ์กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบทะเบียนรถพบว่าชื่อเจ้าของรถเป็นผู้หญิง แต่จากการสอบสวนทราบว่าขายรถไปตั้งแต่ปี 2559 แต่คิดว่าคนซื้อยังไม่ได้โอนชื่อรถ ทั้งนี้ จากการสืบสวนพบว่าชายคนที่ซื้อรถไปเสียชีวิตไปแล้วเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่จากการสอบสวนแฟนของชายคนนี้ทราบว่า รถคันก่อเหตุถูกเพื่อนยึดไป โดยแฟนได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.ยานนาวา ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวชายคนดังกล่าวมาสอบสวน

Advertisement

ต่อมาพ.ต.อ.รัฐศักดิ์ รักสลาม รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 (รอง ผบก.น.3) กล่าวว่าวันนี้ผู้หญิงเจ้าของรถได้เข้ามาให้ปากคำกับตำรวจ พร้อมนำเอกสารการซื้อขายมายืนยันว่าขายรถให้กับนายไพศาล คินิมาน อายุ 62 ปี เมื่อติดต่อไปภรรยาของนายไพศาล บอกว่าสามีเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีเพื่อนของสามียืมรถวอลโว่ดังกล่าวไปแล้วไม่นำมาคืนจนสามีต้องไปแจ้งความไว้ที่ สน.ยานนาวา โดยในรายงานบันทึกระบุชื่อนายชัชพล แจ้งจงจิตร เป็นผู้นำรถไปแต่ตรวจสอบชื่อนายชัชพล ยังไม่พบข้อมูลใด ๆ

พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ กล่าวต่อ เมื่อตรวจค้นรถวอลโว่ พบใบเสร็จค่าซ่อมรถ ใบเสร็จซื้อสินค้าต่างๆ ซึ่งไม่มีชื่อของผู้ใด จากนี้จะติดต่อภรรยาของนายไพศาล มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ตำรวจขอประชาสัมพันธ์หากใครจำลายมือของตัวเองในใบเสร็จได้ หรืออู่ใดจำได้ว่ารถยี่ห้อวอลโว่ รุ่น 470GL สีดำติดแรคหลังคา ทะเบียน กธ6498 พระนครศรีอยุธยา เคยไปซ่อมหรือไปติดตั้งถังแก๊ส LPG ขอให้เข้ามาให้ข้อมูลกับตำรวจ สน.มีนบุรี ส่วนตัวผู้ต้องหานั้น ขอให้เข้ามามอบตัว เพื่อที่โทษหนักจะได้เบาลง หากออกหมายจับและจับกุมตัวได้ ตนจะคัดค้านการประกันตัวแน่นอน

ด้าน น.ส.ปู (ไม่ขอเปิดเผยชื่อนามสกุลจริง) เจ้าของรถวอลโว่กล่าวว่า ตนไปให้ปากคำกับตำรวจแล้ว โดยได้นำเอกสารหลักฐานการซื้อขายรถเมื่อปี 2559 ที่ตนลงขายรถในอินเตอร์เน็ตราคาขาย 40,000 บาท มีนายไพศาล มาขอซื้อรถไปและทำตกลงซื้อขายแบบโอนลอย ตนยืนยันว่าไม่รู้จักนายไพศาล เป็นการส่วนตัว