เมื่อเวลา 17.20 น. วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ต.ท.พงษ์พร เกตุพละ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน บริเวณด้านหลังธนาคารกรุงไทย สาขาถนนโพธิ์กลาง ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา และกำลังลุกลามไปยังบ้านเรือนข้างเคียงอย่างรวดเร็ว จึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างเมตตาธรรมสถานนครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและรถดับเพลิงจากเทศบาลนครนครราชสีมา เทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อม จำนวน 5 คัน เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้อยู่บริเวณด้านหลังธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นห้องแถวไม้ 2 ชั้น สร้างติดกันจำนวน 5 ห้อง
โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องเร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงในห้องแถวที่อยู่ตรงกลางเลขที่ 261 เนื่องจากเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรุนแรงและกำลังลุกลามไปยังห้องแถวข้างเคียง แต่เนื่องจากในบริเวณที่เกิดเหตุนั้นอยู่ในซอยแคบทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างยากลำบาก อีกทั้งห้องแถวทั้งหมดก็สร้างจากไม้ ทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องใช้ระยะเวลาในการควบคุมเพลิงนานกว่า 1 ชม.จึงจะสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ และเมื่อเพลิงสงบลงก็พบว่าเพลิงได้เผาทำลายห้องแถวไปทั้งสิ้น 4 ห้อง ส่วนอีก 1 ห้องได้รับความเสียหายบางส่วน
ต่อมานายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าฯนครราชสีมา พล.ต.ต.ฐากูร นัทธีศรี ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศบาลนครนครราชสีมา และนายสุเทพ รื่นถลิว หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมาได้เดินทางตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุพร้อมกับเยี่ยมเจ้าของบ้านที่หนีตายออกมาได้อย่างหวุดหวิด และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นให้การช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
สอบถามนางบัว วงษ์จันทิพย์ อายุ 75 ปี เจ้าของห้องแถวไม้บ้านเลข 267 ที่อยู่ห้องแถวสุดท้าย เปิดเผยว่า บ้านของตนนั้นอยู่ห้องริมสุด โดยขณะนั้นกำลังนอนพักอยู่ที่ชั้น 1 ของบ้านพัก ก็ได้ยินเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้น 1 ครั้งมาจากบ้านที่อยู่ใกล้กัน ก่อนที่จะมีเพื่อนบ้านตะโกนบอกให้วิ่งหนีออกมา เนื่องจากบ้านข้างเคียงได้เกิดไฟไหม้และกำลังลุกลามมายังบ้านของตนเองจึงวิ่งหนีออกมาเพื่อเอาชีวิตรอด
พ.ต.ท.พงษ์พรเปิดเผยว่า เบื้องต้นสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้คาดว่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่อย่างไรก็ตามก็จะต้องรอเจ้าหน้าที่วิทยาการมาตรวจสอบหาสาเหตุอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งต้องตรวจสอบว่าห้องแถวเลขที่ 261 ที่เป็นต้นเพลิงนั้นใครเป็นเจ้าของ เพื่อจะเรียกตัวเจ้าของบ้านมาสอบสวนสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ส่วนมูลค่าความเสียหายจากเพลิงไหม้ในครั้งนี้คาดว่าไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท

