เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ศาลอาญาพระโขนง ถนนสรรพาวุธ ศาลนัดสืบพยานโจทก์ ในคดีที่นางศิริรัตน์ แซ่ตั๊ง ภรรยานายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อดีตนักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างกับพวกและพนักงานอัยการร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ในความผิดฐาน ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้
โดยรอบศาลอาญาพระโขนง มีการวางกำลังกำลังตำรวจทั้งพื้นที่ สน. บางนา , กองกำกับการสายตรวจ 191( บก.สปพ.) กองบังคับการปราบปราม ประจำทางเข้า-ออกของศาล เพื่อเข้มงวดการรักษาความปลอดภัย นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี เข้าทำการตรวจพื้นที่บริเวณโดยรอบศาล ก่อนมีการสืบพยาน มีขบวนรถตำรวจกองบังคับการปราบฯ พร้อมชุดปฎิบัติการพิเศษหนุมาน นำรถราชทัณฑ์นำตัว พ.ต.ท.บรรยิน จากเรือนจำบางขวาง มาที่ศาลอาญาพระโขนง โดยไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องร่วมฟังการสืบพยานและไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบริเวณพื้นที่ศาล ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
นายเอนก คำชุ่ม ทนายความฝ่ายโจทก์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้การสืบพยานโจทก์กำหนดขึ้นในเดือนเมษายนและพฤษภาคม แต่ติดปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ศาลจึงเลื่อนนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก เป็นวันที่ 2,9,16,17และ23 มิถุนายน มีการสอบไปแล้วประมาณ 13 ปากส่วนใหญ่เป็นผู้เชี่ยวชาญ เช่น แพทย์ เจ้าหน้าที่ จากโรงพยาบาลสิรินธร เจ้าหน้าที่กู้ภัย ส่วนวันนี้ มีนำสืบพยานโจทก์ รวม 2ปาก คือ ตำรวจ 2 นาย ทำหน้าที่ตรวจสอบสภาพรถยนต์ คันเกิดเหตุ ของนายชูวงษ์ และ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ที่เก็บวัตถุพยานต่างๆ ในรถยนต์ รวมถึงคราบเลือด ส่วน พยานคนในครอบครัวที่ไม่เชื่อว่า นายชูวงษ์เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ส่วนตัวมั่นใจว่านัดสืบพยานในเดือนหน้าพยานหลักฐานที่มีสามารถจะเอาผิด พ.ต.ท.บรรยิน ได้
ต่อมา นายวรภัทร์ ตั้งภากรณ์ หรือ บอส บุตรชาย พ.ต.ท.บรรยิน ขับรถยนต์ปอร์เซ่ ทะเบียน ฆฌ 39 กรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมฟังการสืบพยาน กระทั่งเจ้าหน้าที่นำตัวพ.ต.ท.บรรยิน ขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหากลับเรือนจำกลางบางขวาง ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และชุดปฎิบัติการพิเศษ หนุมานกองปราบปราม โดยศาลนัดสืบพยานต่อไปวันที่ 30 มิ.ย. 2563และวันที่1 ก.ค. 2563

