ในที่ประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์วันก่อนนี้มีการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมือง ส.ส.ภาคใต้ คนหนึ่งตั้งคำถามที่น่าสนใจสำหรับพรรคเก่าแก่ระดับตำนาน
พรรคประชาธิปัตย์ได้อะไรจากการร่วมรัฐบาล 1 ปี…
มีการประเมินตัวตนของพรรคหรือไม่ว่าอยู่ตรงไหนในสถานการณ์…
สมมุติว่ามีการยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ ใครจะรอดบ้าง…?
ใช่หรือไม่ พรรคยังไม่กล้ากระทั่งประกาศว่าจะส่งคนลงเลือกตั้งท้องถิ่น…
ถ้าไม่งมงายกันจนเกินไป ไม่เพียงแต่ ส.ส.ปชป.จากภาคใต้คนนั้นที่ มองเห็น ผู้คนทั่วไปก็มองเห็นและวินิจฉัยได้ว่า ทั้งยุทธศาสตร์และยุทธวิธีทางการเมืองของประชาธิปัตย์กว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมาผิดพลาด
เสียหายร้ายแรงที่สุดเมื่อครั้งที่มีสมาชิกพรรคคนสำคัญสมคบคิดกับคนในกองทัพบดขยี้ศัตรูทางการเมืองที่อยู่ใต้ร่มธงประชาธิปไตย
แต่กลยุทธ์ ยืมดาบฆ่าคน ไม่บรรลุจุดมุ่งหมายสูงสุด
เป็นได้แต่เพียง ตีงูให้กากิน มิหนำซ้ำ คมดาบ นั้นคืนสนองย้อนกลับมาเล่นงานประชาธิปัตย์จนอยู่ในสภาพเหมือนบ้านแตกสาแหรกขาด
ข้อนี้เป็นที่ประจักษ์จากผลการเลือกตั้งมีนา 2562 ที่แม้แต่ ฐานที่มั่น อันมั่นคงมา ครึ่งศตวรรษ ประชาธิปัตย์ยังพ่ายยับ
เพื่อไทย พลังประชารัฐ และอนาคตใหม่ (ก้าวไกล) คือพรรคใหญ่
ประชาธิปัตย์ กับ ภูมิใจไทย แค่พรรคขนาดกลางค่อนข้างเล็ก ที่ยอมกลืนน้ำลายให้การสนับสนุนผู้นำทางการเมืองซึ่งเพิ่งจะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าจาก หัวหน้าคณะรัฐประหาร มาหมาดๆ
มาวันนี้ พลังประชารัฐ กำลังกระชับพื้นที่ด้วยการมี หัวหน้าพรรคตัวจริง
ภูมิใจไทย ก็พอจะสร้างผลงานให้ปรากฏได้จากกระทรวงสำคัญที่ยึดครอง
ส่วน อนาคตใหม่ หรือ ก้าวไกล ในปัจจุบันยังคงมุ่งมั่นในแนวทางต่อสู้ทางการเมืองที่แตกต่าง
ถ้ายังไม่มียุทธศาสตร์ยุทธวิธีที่เหมาะสม คงจะมองเห็น อนาคต ประชาธิปัตย์ พรรคเก่าแก่ระดับตำนานที่มีนักการเมืองคุณภาพสืบต่อรุ่นต่อรุ่น ตั้งแต่ยุคที่ประเทศยังถูกครอบงำจากเผด็จการทหารอย่างเบ็ดเสร็จสมัยจอมพล ป.-ผิน -เผ่า -สฤษดิ์-ถนอม-ประภาส-ณรงค์ ผ่านประสบการณ์เลือด 14 ตุลา 2516 จนถึงยุค ขวาพิฆาตซ้าย ล้อมปราบ 6 ตุลา 2519 และพฤษภาทมิฬ 2535
อนิจจา 2 ทศวรรษที่ผ่านมานี้ ดำเนินยุทธศาสตร์ยุทธวิธีเห็นผิดเป็นชอบ
ทหารและกองทัพเป็นเพียงเครื่องมือกลไกของรัฐ ไม่อาจชักชวนมาสุมหัวสมคบคิดให้แทรกแซงการเมืองในระบอบประชาธิปไตย !?!!

