ป.คุมตัวฝากขัง 2 ผู้ต้องหาคดีครอบครองอาวุธปืน ที่ จ.ตาก เตรียมส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 มิถุนายน ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้ควบคุมตัว นายสดายุ วุฒิใจ อายุ 39 ปี ภูมิลำเนา ต.แม่ดาว อ.แม่สอด จ.ตาก และ นายอภิชัย ศิริไทย อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 ภูมิลำเนา ต.บ้านครัว อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี ผู้ต้องหาที่ 1-2 คดีครองครองอาวุธสงครามล็อตใหญ่ ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน
ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 9-10 กันยายน 2562 ก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้ง
จากสายลับและทำการสืบสวนทราบว่า นายสดายุ และ นายอภิชัย ผู้ต้องหา ใช้รถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต สีขาว ทะเบียน กจ 191 ตาก และรถยนต์ โตโยต้า สีน้ำเงิน ทะเบียน บจ 4296 ตาก บริเวณท่าข้ามมหาวันเมยโค้ง หมู่ที่ 1 ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อจะลำเลียงอาวุธสงครามมายังท่าข้ามหาวันเมยโค้ง ซึ่งใน 1 เดือนจะเดินทางมาประมาณ 2 ครั้ง แล้วอาศัยช่วงเวลาเย็น ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่เลิกงาน ในการขนย้ายอาวุธสงครามข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านทางเรือรับจ้าง ใช้เวลาในการขนอาวุธสงครามประมาณ 5 นาที จากนั้นจะข้ามไปทำการซื้อขายกันที่ฝั่งประทศเพื่อนบ้าน ต่อมาเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2563 ตำรวจกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 3 ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายค้นจากศาลจังหวัดแม่สอด ทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 390 หมู่ที่ 2 ต.แม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งเป็นบ้านที่มีอาวุธปืนซุกซ่อนอยู่
กระทั่งวันที่ 23 มิ.ย.2563 เวลาประมาณ 06.00 น. ตำรวจและทหารชุดจับกุมได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดแม่สอด ที่ 95/2563 ลงวันที่ 20 มิ.ย. 2563 เข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว เมื่อไปถึงพบ นายสดายุ และ นายอภิชัย ผู้ต้องหาทั้ง 2 อยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแสดงหมายค้นพร้อมกับทำการตรวจค้น พบอาวุธปืน แต่ตรวจสอบเอกสารแล้วพบว่าเป็นอาวุธปืนถูกต้องตามกฎหมาย
จากนั้นนายสดายุ และ นายอภิชัย ผู้ต้องหาที่ 1-2 ได้นำเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมไปทำการตรวจค้นบ้านไม่มีเลขที่ ซึ่งอยู่หลังบ้านเลขที่ 390 ดังกล่าว โดยผู้ต้องหาทั้งสองเป็นผู้ถือกุญแจบ้าน ผลการตรวจค้นพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวน 53 รายการ ซุกซ่อนอยู่ และสอบถามผู้ต้องหาทั้งสองรับว่าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนทั้งหมดเป็นของผู้ต้องหา และนำมาซุกซ่อนไว้เพื่อเตรียมที่จะนำไปจำหน่าย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนทั้งหมดไว้เป็นของกลาง และจับกุมนายสดายุ และนายอภิชัย ผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด เพื่อลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐาน และเนื่องจากคดีนี้ ผู้ต้องหาทั้งสอง มีพฤติการณ์กระทำความผิดในลักษณะเป็นการสะสมอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายไว้เพื่อการหรือตระตรียมการกระทำความผิดอย่างอื่น และอาจมีผู้ร่วมกระทำความผิดในรูปแบบเป็นขบวนการหรือกลุ่มบุคคลในลักษณะซับซ้อน ซึ่งต้องมีการขยายผลการดำเนินคดีต่อไป และเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ซึ่งอยู่ในอำนาจการสอบสวนของกองปราบปราม
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัวนายสดายุ และ นายอภิชัย ผู้ต้องหาที่ 1-2 พร้อมของกลาง ส่งมอบให้พนักงานสอบสวนกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม ดำเนินคดี ตามกฎหมาย ซึ่งได้เดินทางจาก อ.แม่สอด จ.ตาก มายังกองบังคับการปราบปราม เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา เมื่อเวลา 20.00 น. เพื่อดำเนินคดี โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4 (1)(2), 7, 8, 55, 72 วรรคแรก, 78 วรรคแรก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
เหตุเกิดที่หน้าบ้านเลขที่ 390 หมู่ที่ 2 ต.แม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก เวลา 08.00 น.
ทั้งนี้พนักงานสอบได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสอง จะครบ 48 ชั่วโมงแล้ว หากแต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นจะต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีก 15 ปาก, รอผลการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร, ผลการตรวจพิสูจน์ของกลางจากการพิสูจน์หลักฐาน, ข้อมูลการใช้โทรศัพท์, ผลการตรวจสอบรายการเดินบัญชีธนาคาร จึงขออำนาจศาลฝากขัง เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย.- 6 ก.ค.2563 และขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสอง เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษสูง หากปล่อยตัวไปเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี และไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุร้ายประการอื่น
ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกันนี้ไม่มีญาติหรือทนายความ ของนายสดายุและนายอภิชัย มายื่นคำร้องรวมทั้งหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว เมื่อหมดเวลาทำการเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงคุมตัว ผู้ต้องหาทั้ง2 ราย ไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อรอการดำเนินคดีต่อไป

