ปล่อยตัว ‘ธเนตร’ นักกิจกรรมทางการเมือง จากเรือนจำแล้ว ‘จ่านิว’ พร้อมพวก รอมอบดอกไม้ให้กำลังใจ

25.06.20 | 21:09 น.

สืบเนื่องจากช่วงเช้าที่ผ่านมา (25 มิถุนายน) ศาลอาญามีคำพิพากษา ยกฟ้อง คดีของ นายธเนตร อนันตวงษ์ นักกิจกรรมทางการเมือง ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (3) จากการโพสต์และแชร์เฟซบุ๊กข้อความวิพากษ์วิจารณ์ คสช. และกองทัพ เกี่ยวกับกรณีอุทยานราชภักดิ์, กำหนดการกิจกรรมลอยกระทงขับไล่เผด็จการ และรณรงค์ให้ใส่เสื้อแดงไปเที่ยวอุทยานราชภักดิ์นั้น

ต่อมา กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย หรือ DRG โพสต์เฟซบุ๊กเชิญชวนผู้สนใจ ไปรับนายธเนตรกลับบ้าน กลับคืนสู่อิสรภาพจากความอยุติธรรม ซึ่งเป็นเหยื่อที่โดนระบอบเผด็จการทหารกลั่นแกล้งมากว่า 3 ปี 10 เดือน เพียงเพราะวิจารณ์การทำงานของ คสช. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เวลา 18.30 น.


ทั้งนี้ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้รายงานว่า เวลาประมาณ 20.07 น. นายธเนตรได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครแล้ว โดยมีกลุ่มประชาชนประมาณ 15 ราย นำโดยนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว มารอรับ พร้อมมอบดอกไม้และให้กำลังใจ

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนกล่าวอีกว่า สำหรับ การชดเชยเยียวยาการถูกคุมขังโดยจำเลยมิได้กระทำความผิดนั้น หากอัยการโจทก์ในคดีของธเนตรไม่ยื่นอุทธรณ์คดีต่อ และคดีถึงที่สุดแล้ว ธเนตรสามารถยื่นเรียกค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2559) จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม โดยจะได้รับค่าทดแทนต่อวันที่ถูกคุมขังอัตราวันละ 500 บาท แต่การชดเชยดังกล่าวก็ยังทำให้เกิดคำถามต่อกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากจำเลยผู้ถูกคุมขังหลายปีโดยมิได้กระทำความผิด ต้องสูญเสียโอกาสในชีวิตในด้านต่างๆ ไป รวมทั้งโอกาสในการอยู่ร่วมกับบิดาที่เสียชีวิตในกรณีของธเนตร ล้วนไม่สามารถชดเชยเยียวยาเป็นตัวเงินได้แต่อย่างใด

สำหรับ นายธเนตร อนันตวงศ์ หรือ “ตูน” นักกิจกรรมการเมืองอายุ 30 ปี เคลื่อนไหวทางการเมืองมาตั้งแต่ช่วงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในปี 2553 ถูกดำเนินคดีในเรื่องการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งเคยถูกประกาศใช้ควบคุมการชุมนุมของคนเสื้อแดง ทำให้นายธเนตรต้องถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำราว 1 ปีกว่า

Advertisement

หลังจากนั้นนายธเนตรกลับมาเคลื่อนไหวทางการเมืองภายหลังการรัฐประหารปี 2557 โดยนายธเนตรเป็นคนที่มาช่วยการจัดกิจกรรมของกลุ่มนักกิจกรรมเสมอมา และ 7 ธันวาคม 2558 นายธเนตรได้เดินทางไปร่วมกิจกรรมนั่งรถไฟไปตรวจสอบการทุจริตโครงการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงถูกดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. เรื่องการห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป

26 กรกฎาคม 2559 นายธเนตรได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ที่กองบังคับการปราบปราม ภายหลังรายงานตัวเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวธเนตรกลับและนัดส่งตัวให้อัยการศาลทหารในวันที่ 28 กรกฎาคม 2559 ที่ศาลทหารกรุงเทพ และมีคำสั่งจากอัยการศาลทหารในวันที่ 17 ตุลาคม 2559 ให้ฟ้องนายธเนตรด้วยความผิดมาตรา 116 ยุยงปลุกปั่น และตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) นำเข้าข้อมูลอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความั่นคงของประเทศสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จากการโพสต์ข้อความลงในเว็บไซต์เฟซบุ๊ก บัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ “ธเนตร อนันตวงษ์ รักเสื้อแดง ตลอดไป” ระหว่างวันที่ 16 กันยายน-10 ธันวาคม 2562 จำนวน 5 ครั้ง

25 มกราคม 2560 ศาลทหารนัดสอบคำให้การนายธเนตรในคดีร่วมกิจกรรม “นั่งรถไฟไปราชภักดิ์ ส่องแสงหากลโกง” ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 ข้อ 12 ชุมนุมการเมืองตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป ทั้งนี้ ธเนตรให้การรับสารภาพในชั้นศาล ตุลาการศาลทหารจึงได้อ่านคำพิพากษา ให้จำคุกจำเลย 6 เดือน แต่จำเลยให้การรับสารภาพลดเหลือ 4 เดือน แต่ธเนตรได้ถูกคุมขังในเรือนจำมาแล้วตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2559 ซึ่งถูกคุมขังเกินโทษจึงสั่งให้ปล่อยตัวในคดีฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. นี้ แต่ศาลทหารกรุงเทพยังควบคุมตัวธเนตรอยู่ในคดีความผิด มาตรา 116 และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ และเป็นการขังระหว่างพิจารณาคดีและไม่อนุญาตให้ประกันตัว

นายธเนตรไม่ได้ประกันตัวและถูกคุมขังเรื่อยมาระหว่างที่การพิจารณาคดีเดินไปอย่างล่าช้า จนกระทั่งหลัง คสช. ออกคำสั่งยกเลิกการเอาพลเรือนขึ้นศาลทหารในวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 คดีของนายธเนตรจึงถูกโอนไปพิจารณาต่อที่ศาลพลเรือน ในวันที่ คสช. หมดไปแล้ว และยังถูกขังในเรือนจำทั้งที่ยังไม่มีคำพิพากษา จนกระทั่งศาลมีคำตัดสินยกฟ้องคดีนี้

ย้อนอ่าน : ศาลยกฟ้อง “ธเนตร” นักเคลื่อนไหวต้านคสช. ไม่ผิดยุยงปลุกปั่น