แม่เทรนเนอร์ฟิตเนสสาว เผยเคยบอกให้ลูกเลิกคบอดีตแฟนหนุ่ม หลังถูกจับหัวโขกพื้น ก้านสมองตาย!

จากกรณีเมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา น.ส.ชลนิสา อาลัยกลาง อายุ 24 ปี เทรนเนอร์ฟิตเนส ถูกทำร้ายร่างกายจนก้านสมองตาย เหตุเกิดในพื้นที่ สน.พระโขนง กรุงเทพฯ

ล่าสุดวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัว นายชนฑิภัทร ญานณิลภงค์ หรือพีท อายุ 38 ปี อดีตแฟนหนุ่มได้แล้ว พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส

โดยผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านครอบครัวของ น.ส.ชลนิสา อาลัยกลาง เทรนเนอร์ฟิตเนสสาว ซึ่งอยู่ในพื้นที่บ้านวัง ต.บ้านวัง อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา โดยกำลังจัดเตรียมงานบวชของนายอลงกรณ์ อาลัยกลาง อายุ 22 ปี น้องชายของ น.ส.ชลนิสา ซึ่งจะมีพิธีบรรพชาในวันพรุ่งนี้ (2 กรกฎาคม) ที่วัดบึงสง่า ต.บ้านวัง โดยน้องชายตั้งใจจะบวชเป็นระยะเวลา 1 พรรษาให้กับ น.ส.ชลนิสา เพื่อให้พี่สาวได้มีบุญจับชายผ้าเหลือง ขณะที่อาการล่าสุดของ น.ส.ชลนิสา แพทย์ระบุว่าอาการยังทรงตัว ร่างกายยังคงไม่ตอบสนอง

นางเทวี อาลัยกลาง แม่ของ น.ส.ชลนิสา เปิดเผยว่า ตนมีลูกทั้งหมด 2 คน ซึ่ง น.ส.ชลนิสาเป็นลูกสาวคนโต และมีลูกชายคนเล็กอีกคน รู้จักอดีตแฟนหนุ่มของลูกสาวมานานเกือบ 2 ปีแล้ว ทั้งคู่รู้จักกันในช่วงที่ลูกสาวฝึกงานก่อนเรียนจบ โดยอดีตแฟนหนุ่มลูกสาวเป็นคนอารมณ์ร้อน และเคยมีเรื่องทำร้ายร่างกายลูกสาวอยู่บ่อยครั้ง แต่ลูกสาวไม่ยอมเล่าให้ฟัง เพราะกลัวที่บ้านเป็นห่วง แต่จะมีเพื่อนๆ ของลูกสาวมาเล่าให้ฟังบ้าง ซึ่งตนเคยบอกลูกสาวว่า ให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับอดีตแฟนหนุ่มคนนี้ แต่ลูกสาวบอกว่ารักอดีตแฟนหนุ่มคนนี้ ตนก็เลยตามใจ จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ทั้งนี้ อยากให้ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด เพราะอย่างไรตนก็คงไม่ได้ลูกสาวกลับคืนมาในสภาพเดิมอีก และอยากฝากบอกผู้ก่อเหตุว่า จิตใจยังเป็นมนุษย์อยู่มั้ย ทำไมถึงได้ทำกันถึงขนาดนี้

นายอลงกรณ์เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนตั้งใจจะบวชเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่ก็มาติดสถานการณ์โควิด-19 จนต้องเลื่อนงานออกไป และครั้งนี้ก็มาเกิดเหตุร้ายกับพี่สาวของตนอีก ตนก็เลยตั้งใจจะบวชให้กับพี่สาว เพื่อให้พี่สาวได้มีโอกาสจับชายผ้าเหลือง ทั้งนี้ครอบครัวยังคงมีความหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับพี่สาว ถึงแม้ว่าจะเป็นความหวังเพียงเล็กน้อย แต่ตนก็อยากให้พี่สาวของตนกลับมา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เปิดตัว”หัวเว่ย เพย์” ในไทยอย่างเป็นทางการ
บทความถัดไปAOT ก้าวสู่ปีที่ 42 ของการดำเนินงาน ด้วยความมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาสนามบินให้สามารถรองรับความต้องการ การเดินทางในอนาคต