เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ต.ท.บรรฑูรย์ ฉิมกรา ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 3 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีชื่อรับเช็ค 878 ฉบับ จากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องหาและอดีตประธานสหกรณ์ฯคลองจั่น ในคดีพิเศษที่ 68/2558, 70/2558 และ 99/2558 ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนเตรียมสรุปสำนวนคดีพิเศษที่ 68/2558 และคดีพิเศษที่ 70/2558 เป็นความผิดในข้อหาสมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน เสนอให้ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พิจารณามีความเห็นสั่งฟ้องในสำนวนคดีดังกล่าว โดยคาดว่าพนักงานสอบสวนจะสามารถเสนอสำนวนให้กับอธิบดีดีเอสไอได้ในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้
พ.ต.ท.บรรฑูรย์กล่าวต่อว่า สำหรับคดีพิเศษที่ 68/2558 เป็นคดีที่นายศุภชัยถูกดำเนินคดีฐานยักยอกทรัพย์ ได้โอนเงินจากสหกรณ์ฯคลองจั่นให้นายสถาพร วัฒนาศิรินุกูล อดีตพระลูกวัดพระธรรมกาย และผู้บริหารบริษัท เอส.ดับบลิว.โฮลดิ้งกรุ๊ป (ประเทศไทย) ก่อนจะนำเงินไปซื้อที่ดิน สิ่งปลูกสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ส่วนคดีพิเศษที่ 70/2558 เป็นการนำเงินจากสหกรณ์ฯคลองจั่นไปซื้อที่ดินและขายต่อ ทั้งนี้ ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในสำนวนดังกล่าว ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้งหมดมารับทราบข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย นายศุภชัย พนักงานสอบสวนเดินทางไปแจ้งข้อกล่าวหายังเรือนจำกลางบางขวาง, นายสถาพร, นางรินนา วัฒนาศิรินุกูล มารดาของนายสถาพร, นายลภัส โสมคำ, นางทองพิณ กันล้อม, น.ส.ศรันยา มานหมัด และน.ส.ปัญญา ชมพู เลขานุการของนายศุภชัย คนทำธุรกรรมทางการเงินแทนนายศุภชัย
พ.ต.ท.บรรฑูรย์กล่าวอีกว่า ส่วนคดีพิเศษที่ 99/2558 นายศุภชัยนำเงิน 321.4 ล้านบาท โดยสั่งจ่ายเช็คเป็นเงินจากสหกรณ์ฯคลองจั่น ไปซื้อหุ้น บริษัท เอ็มโฮมเอสพีวี 2 จำกัด ในคดีนี้ปรากฏชื่อของนายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความของพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายด้วย เป็นการถือหุ้นแทนนายศุภชัย และมีผู้เกี่ยวข้องอีก 6-7 คนนั้น ขณะนี้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อยู่ระหว่างตรวจเส้นทางการเงินในกลุ่มนี้อยู่ เพื่อให้การตรวจสอบเกิดความรอบคอบและครอบคลุมทุกประเด็น จึงคาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนได้ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้

