‘ภาวะโลหิตจาง’ เกิดจากหลายสาเหตุ ชี้ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง

‘ภาวะโลหิตจาง’ เกิดจากหลายสาเหตุ ชี้ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ “กรมการแพทย์” โพสต์ข้อความระบุว่า

“กรมการแพทย์ เผยภาวะโลหิตจางเกิดจากหลายสาเหตุ ชี้ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง

กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลราชวิถี เผยภาวะโลหิตจางพบได้บ่อยในประชากรทั่วไป เกิดจากหลายสาเหตุ หากเป็นมากจะพบอาการอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ ใจสั่น หน้ามืด เป็นลมง่าย อาจมีหัวใจโต เกิดภาวะหัวใจวายได้ แนะควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่ถูกต้องต่อไป
นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ภาวะโลหิตจาง พบได้บ่อยในประชากรทั่วไป เป็นภาวะร่างกายมีเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติหรือพบว่าปริมาณเม็ดเลือดแดงในเลือดน้อยกว่าปกติ ทำให้ความสามารถในการนำออกซิเจนไปสู่อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายมีประสิทธิภาพลดลง อาการของโลหิตจางเริ่มตั้งแต่ไม่มีอาการ ถ้าโลหิตจางน้อย ๆ จะไม่มีผลต่อสุขภาพ ถ้าบังเอิญเกิดเหตุที่ทำให้เสียเลือดกะทันหัน เช่น อุบัติเหตุรถชนหรือมีการตกเลือดจากเหตุทางโรคภัย เช่น แท้งลูก ท้องนอกมดลูกจะทนทานการเสียเลือดได้ไม่ดี แต่ถ้าโลหิตจางมากมีผลต่อร่างกาย คือ ทำให้อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ ใจสั่น หน้ามืด เป็นลมง่าย เพราะถ้ามีโลหิตจางมาก ๆ หัวใจต้องทำงานมากขึ้น เพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายให้มากขึ้น อาจมีหัวใจโต เกิดภาวะหัวใจวายได้
สาเหตุของภาวะโลหิตจางเกิดได้หลายปัจจัย ซึ่งสาเหตุที่พบได้บ่อยมาจากการขาดสารอาหาร เช่น ขาดธาตุเหล็กหรือโลหิตจางที่ได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น โรคธาลัสซีเมีย หรืออาจเกิดจากการที่มีการสูญเสียเลือดเรื้อรัง บางครั้งมีเลือดออกจากทางเดินอาหาร เช่น ถ่ายอุจจาระมีเลือดปนหรือถ่ายดำ โรคที่ทำให้ถ่ายมีเลือดปนที่พบบ่อย ได้แก่ โรคกระเพาะอาหาร โรคริดสีดวงทวาร โรคหลอดเลือดโป่งพอง โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น การรับประทานยาแก้ปวดแก้เมื่อยเป็นประจำแล้วยาระคายกระเพาะอาหารทำให้อักเสบมีแผล เกิดเลือดออกได้ การเสียเลือดจากมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ถ้าถึงวัยหมดประจำเดือนแล้วมีเลือดออกทางช่องคลอด ต้องรีบไปตรวจทันทีเนื่องจากอาจเกิดจากโรคมะเร็งได้ เกิดจากโรคเรื้อรัง เช่น ไตวาย โรคตับ ข้ออักเสบ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคไขกระดูกเสื่อม เป็นต้น หลักการสำคัญในการรักษาโลหิตจาง คือรักษาที่สาเหตุของโลหิตจางให้พบโดยควรได้รับการตรวจวินิจฉัยโรคก่อน เพื่อให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสมตามสาเหตุของโรคที่แท้จริง
นายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวเพิ่มเติมว่า การป้องกันภาวะโลหิตจาง ได้แก่ การรับประทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่ โดยเฉพาะโปรตีนและอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ได้แก่ ไข่ ตับ ไต เนื้อสัตว์ เมล็ดธัญพืช เช่น ถั่ว งา เมล็ดฟักทอง ลูกเดือย เป็นต้น ละเว้นการรับประทานอาหารที่ขัดขวางการดูดซึมของธาตุเหล็ก เช่น ชา กาแฟ โอเลี้ยง เป็นต้น ไม่ควรรับประทานยาชุด แก้ปวดเมื่อย แก้อักเสบ ยาหม้อ ยาลูกกลอน เนื่องจากจะทำให้เกิดการระคายกระเพาะอาหาร ส่งผลให้มีอาการปวดเสียดท้อง ท้องอืด เลือดออกในกระเพาะอาหารหรือกระเพาะอาหารทะลุได้ หากมีอาการปวดเสียดแน่นท้อง ขับถ่ายอุจจาระผิดปกติไปจากเดิม ถ่ายดำหรือมีเลือดปน เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด เลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดาออกเรื้อรัง จ้ำเลือดออกตามตัว ควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่ถูกต้องต่อไป
-ขอขอบคุณ- 5 กรกฎาคม 2563

กรมการแพทย์เผยภาวะโลหิตจางเกิดจากหลายสาเหตุ ชี้ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลราชวิถี…

โพสต์โดย กรมการแพทย์ เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2020

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘วราวุธ’ ตรวจเยี่ยมคัดกรองนักท่องเที่ยวที่อุทยานสามร้อยยอด
บทความถัดไป‘หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม’ เปิดดวงชะตา 4 ราศี คนไม่ดีจะออกไปจากชีวิต