กรมน้ำบาดาลเฮ สำรวจเจอแหล่งน้ำแร่คุณภาพชั้นดีแหล่งใหม่ ในพื้นที่ อีอีซี น้ำอายุ 1.6-22 ล้านปี สูบกินได้เลย ไม่ต้องกรอง ชี้ต้นทุนถูกมาก แค่ 5 บาท ต่อคิว
วันที่ 10 กรกฎาคม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า ในฤดูแล้งที่ผ่านมาครั้งล่าสุดนั้น ถือว่าประเทศไทยใช้น้ำบาดาลมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา คือปกติ อัตราการใช้น้ำบาดาลจะอยู่ที่ประมาณ 14,500-14,700 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปีนี้ ใช้ไปมากถึง 15,000 ล้าน ลูกบาศก์เมตร เพราะหลายพื้นที่ขาดน้ำ อีกทั้ง กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้เข้าไปขุดเจาะหาแหล่งน้ำให้ประชาชนทั่วประเทศใช้น้ำมากขึ้น อย่างไรก็ตาม มีเรื่องที่น่ายินดีมากๆสำหรับประเทศไทยก็คือ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ร่วมกับ คณะวิทยาศาสตร์ มหาลัยเกษตรศาสตร์ ทำการสำรวจพื้นที่แหล่งน้ำบาดาล แล้วพบว่าในพื้นที่พื้นที่ในภาคตะวันออก ซึ่งประเทศไทยเตรียมจะดำเนินการเป็นพื้นที่ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี มีศักยภาพของแหล่งน้ำบาดาลแห่งใหม่ขนาดใหญ่ ในระดับความลึก 400 เมตร ถึง 1,000 เมตร โดยพบถึง 8 พื้นที่ ด้วยกัน คือ ที่ จ.ระยอง 4 แห่งคือ อ.เมือง อ.บ้านค่าย อ.พานทอง และ อ.แกลง จ.ฉะเชิงเทรา 3 แห่ง ที่ อ.แปลงยาว อ.บางคล้า และ อ.บางน้ำเปรี้ยว และ จ.ชลบุรี ที่ อ.สัตหีบ แหล่งน้ำบาดาลเหล่านี้ มีอายุตั้งแต่ 1.6 ล้านปี ถึง 22 ล้านปี ซึ่งภายในเดือนกรกฎาคม กรมทรัพยากรน้ำบาดาล จะส่งรถเจาะเข้าไปเจาะสำรวจในบริเวณที่ บ้านค่าย จ.ระยอง ก่อน และ ตั้งเป้าจะเข้าดำเนินการขุดเจาะทั้งหมดภายในปีนี้
เมื่อถามว่า แหล่งน้ำบาดาลทั้งหมดในพื้นที่ อีอีซีนั้น มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนว่า เมื่อเข้าไปขุดเจาะแล้วจะเจอน้ำจริงๆ นายศักดิ์ดา กล่าวว่า ทั้ง 8 จุดที่นักธรณีวิทยาเข้าไปสำรวจนั้น ทุกจุดมีการสำรวจข้อมูลพื้นฐานเรียบร้อยแล้ว มั่นใจว่า จะมีความแม่นยำ ว่าต้องพบน้ำแน่นอน มากกว่า 80% ขึ้นไป และแต่ละแห่ง คาดว่าน่าจะมีปริมาณน้ำไม่ต่ำกว่า 500 ล้านลูกบาศก์เมตร การเจอน้ำบาดาลในพื้นที่ดังกล่าวนี้ จึงยิ่งกว่าการเจอขุมทรัพย์เสียอีก เพราะถือว่ามีคุณค่ามหาศาล
อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวด้วยว่า ในระดับความลึกของชั้นน้ำบาดาลที่ 400-1,000 เมตรนั้น ถือว่าน้ำบาดาลที่ได้มานั้นเป็นน้ำบาดาลคุณภาพน้ำแร่ชั้นดี สามารถดื่ม กิน ได้ทันทีโดยไม่ต้องกรอง อย่างไรก็ตาม การพบแหล่งน้ำบาดาลในพื้นที่เหล่านี้ จะเกิดผลประโยชน์อย่างมหาศาล เพราะนอกจากมีน้ำบริโภคแล้ว สามารถนำไปใช้ในระบบอุตสาหกรรมได้ด้วย เพราะ พื้นที่ อีอีซี มีแหล่งน้ำผิวดิน ไม่เพียงพอสำหรับการใช้เพื่อหล่อเลี้ยงระบบอุตสาหกรรมอยู่แล้ว แหล่งน้ำบาดาลแห่งใหม่ทั้งหมด สามารถรองรับกับการอุปโภค บริโภคน้ำในพื้นที่ได้อย่างดี และถาวร
“ในพื้นที่บริเวณนั้น มีการซื้อขายน้ำผิวดินกันที่ลูกบาศก์เมตรละ 10 บาท ถือว่าราคาค่อนข้างสูง สำหรับในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะในแต่ละวันต้องใช้น้ำจำนวนมาก แต่น้ำบาดาลมีต้นทุนถูกมาก โดยในบริเวณนี้ ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ ประมาณ ลูกบาศก์เมตร ละ 5 บาท เท่านั้น ถูกกว่าน้ำผิวดินกว่าครึ่งทีเดียว ที่สำคัญคือ การลงทุนในการเจาะบ่อบาดาล เมื่อเทียบกับการหาแหล่งน้ำจากส่วนอื่นๆ เช่น การสร้างฝาย สร้างอ่างเก็บน้ำ หรือกระทั่งการสร้างเขื่อน จะต้องใช้การลงทุนจำนวนมหาศาล ทั้งเรื่องงบประมาณ พื้นที่ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่จะตามมา แต่การเจาะบ่อบาดาลนั้น แต่ละแห่ง ใช้พื้นที่ ซึ่งรวมไปถึง บริเวณที่จะตั้งถังน้ำ ระบบส่งน้ำ ไม่น่าจะเกิน 100 ตาราวาเท่านั้น เพราะฉะนั้นต้นทุนเรื่องของการใช้พื้นที่ของระบบน้ำบาดาลจะถูกที่สุด เมื่อเทียบกับการสร้างแหล่งน้ำอื่นๆ”อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าว
https://www.facebook.com/MatichonOnline/videos/275492243731232/

