ตร.ขยายผลยึดทรัพย์กว่าล้านบาทหลังจับเครือข่ายขนกัญชานับพันตันกลางกรุง

13.07.20 | 11:58 น.

ตำรวจภูธรภาค 1 ขยายผลยึดทรัพย์เครือข่ายลอบขนกัญชาพร้อมของกลางรวมกว่า 1.3 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1,พล.ต.ต.นพดล ศรสำราญ รอง ผบช.ภ.1 ร่วมแถลงการจับกุมนายเอกณัฏฐ์ นาสวน,นายณัฐนรินทร์ ด่านสถาพร และนายกฤษฎา กาชัย พร้อมของกลางอาวุธปืน,โทรศัพท์มือถือ,รถยนต์ และจักรยานยนต์,สร้อยทอง รวมของกลางทั้งหมดมูลค่ากว่า 1,300,000 บาท หลังขยายผลการจับกุมกัญชากว่า 1,000 กิโลกรัม ในพื้นที่ สน.ลาดพร้าว และเครือข่ายยาเสพติดบ้านโคกสะอาดในจังหวัดสระบุรี ที่ได้ยิงปืนต่อสู้กับตำรวจขณะพยายามหลบหนีเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา


พล.ต.ท.อำพล สอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 ก่อนเปิดเผยว่า ทั้ง 3 คน เป็นหนึ่งในขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด โดยจะรับงานขนยาเสพติดจากภาคอีสาน เข้ามาในพื้นที่ภาคกลางเพื่อส่งต่อไปยังพื้นที่ภาคใต้ หนึ่งในผู้ต้องหารับว่ารับจ้างลำเลียงยาเสพติดเป็นครั้งแรก และเคยเสพยาเสพติดมาก่อน โดยได้ค่าจ้างประมาณ 50,000 บาท ขณะที่อีก 2 คนให้การปฏิเสธอ้างว่าเป็นเพียงช่างแต่งรถซิ่ง ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการส่งยาเสพติด แต่ข้อมูลการสืบสวนของตำรวจพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาลักลอบลำเลียงยาเสพติดแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งก็มีเส้นทางการเงินที่ชัดเจนพอสมควค แต่ยอมรับว่ารู้สึกหนักใจที่พบว่าเครือลักลอบลำเลียงยาเสพติดในปัจจุบัน ส่วนใหญ่มักเป็นผู้มีประวัติเสพยาเสพติด หรือเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่ถูกหลอกให้ไปลักลอบลำเลียงยา แลกกับค่าจ้างตั้งแต่ 500-50,000 บาท มองว่าเป็นความเสี่ยงที่ไม่คุ้มค่า เพราะหากถูกจับกุมก็ต้องรับโทษจำคุกตลอดชีวิต

พล.ต.ท.อำพล กล่าวต่อนอกจากนี้ ตำรวจภูธรภาค 1 ยังตามจับเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดสระบุรีในช่วงวันที่ 27 มีนาคม ถึง 11 มิถุนายนที่ผ่านมาได้อีกหลายคดี ซึ่งมีทั้งผู้ค้ารายย่อย และผู้เสพในพื้นที่ พร้อมยึดทรัพย์สินเพิ่มเติม รวมมูลค่าทรัพย์ที่ตำรวจยึดได้ทั้งหมดในครั้งนี้กว่า 2.7 ล้านบาท

Advertisement

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ตำรวจจะเริ่มจับและปรับรถบรรทุกที่วิ่งแช่ในช่องทางขวา ทั้งถนนสายเอเชีย และถนนมิตรภาพ หลังพบว่าปัจจุบันรถบรรทุกส่วนใหญ่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เนื่องจากถนนฝั่งซ้ายขรุขระพังจากการวิ่งของรถบรรทุก ส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด และเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว หรือหน้าเทศกาล โดยกำชับให้ตำรวจถ่ายภาพรถบรรทุกหรือพาหนะทุกชนิดที่กระทำผิดกฎหมายให้ได้ก่อน จึงค่อยดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.จราจร ซึ่งมีอัตราโทษปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท ส่วนกรณีที่มีผู้ประกอบการหลายรายสอบถามเรื่องของการแซงขวา ยืนยันว่าสามารถทำได้ แต่เมื่อแซงแล้วต้องกลับเข้าเลนซ้ายทันที ไม่ใช่ขับแช่ในช่องทางขวาเป็นระยะทางยาวเหมือนที่ผ่านมา