อลหม่านอลเวงไปครึ่งค่อนประเทศ เมื่อทราบว่า 1 ทหารอียิปต์กับ 1 เด็กหญิงในครอบครัวอุปทูตซูดานที่เข้ามาในประเทศไทย “ติดเชื้อโควิด-19”
“ทหารอียิปต์” พร้อมคณะ 30 คนกับผู้คนในพื้นที่จังหวัดระยอง
“ลูกสาวอุปทูต” พร้อมครอบครัว 5 คนกับผู้คนในพื้นที่ย่านสุขุมวิท ใจกลางเมืองหลวง
2 กรณีที่เกิดขึ้นนี้เขย่าผู้คนให้อกสั่นขวัญแขวน !
ขณะที่ “ศบค.” ปากไวรีบโบ้ยความผิดไปให้กับโรงแรมดีวารี ดีวา ระยอง ว่าปล่อยปละละเลยให้ทหารอียิปต์นายหนึ่ง “หนีเที่ยว”
ทัศนคติเช่นนี้ของ ศบค.ชวนให้สงสัยว่า ผู้ประกอบกิจการต่างๆ มีหน้าที่อย่างไร ต้องทำอะไร ในขอบเขตแค่ไหน
โรงแรมดีวารี ดีวา เซ็นทรัลระยอง จึงได้แถลงตอกหน้าว่า “โรงแรมไม่มีนโยบายรับลูกเรือและเกสท์ต่างชาติที่ไม่ผ่านสถานกักตัวของรัฐ (State Quarantine) ไม่ถึง 14 วัน และโรงแรมก็ไม่ใช่ State Quarantine ของภาครัฐ” เชื่อว่าถ้าไม่เหลืออด ไม่มีผู้ประกอบการรายใดอยากจะมีปากเสียงกับรัฐ
แต่การปัดสวะไปให้พ้นตัวนั้นมันเป็นวิถีของคนมักง่าย !
ไม่เพียงโบ้ยความผิดไปให้ผู้ประกอบการ
เมื่อความแตกว่าทหารอียิปต์ที่หนีออกไปเที่ยวเพ่นพ่านในเมืองระยองคนนั้นติดเชื้อโควิด-19 พอสอบถามไปที่ “สายด่วน” เจ้านั่นพักที่โรงแรม? ไปห้างสรรพสินค้า? เจ้าหน้าที่กลับบอกว่า “เป็นเรื่องความมั่นคง เปิดเผยไม่ได้”
คนระยองจึงร้องไม่ออก ทั้งที่จังหวัดนี้มี สาธิต ปิตุเตชะ เป็น “รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข”
การปิดไม่ถูกเรื่อง กับการเปิดไม่ถูกที่จึงสร้างปัญหา !
พอตั้งลำได้ “ศบค.” จึงออกมายอมรับ “รัฐ” หละหลวม
ผู้ว่าฯระยอง ให้ปิดโรงแรมที่ทหารอียิปต์ติดเชื้อและคณะ 30 คนเข้าพักทั้งหมด 2 ชั้น และเคลียร์พื้นที่ ให้กักตัวพนักงานโรงแรม 12 คน ให้ทีมแพทย์เข้าตรวจหาเชื้อ สั่งปิดโรงเรียน สั่งตรวจกล้องวงจรปิด สั่งให้ค้นหาว่าทหารอียิปต์เดินทางไปที่ไหนเวลาใดบ้าง
ราว 1 พันคนที่ระยอง ได้รับผลกระทบจากทหารอียิปต์ 1 นาย
ต้องถูกกักตัว ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ชีวิตเปลี่ยน
ส่วนที่คอนโดมิเนียม One X สุขุมวิท ที่ครอบครัวอุปทูตซูดาน เข้าพัก ผู้เกี่ยวข้องสัมผัสอีกหลายคนได้รับผลกระทบ
ไม่ใช่ความประมาทเลินเล่อ หละหลวม ละเลย ที่ทำให้เกิดความผิดพลาด
ทั้งหมดเกิดจากทัศนคติที่แย่ๆ ของ “รัฐ” หรือหน่วยงานรัฐ!?!!

