สุรินทร์-เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้า กรณีมีผู้พบศพนายหรรษา วิบูลย์เพ็ง อายุ 54 ปี ถูกฆาตรกรรม นอนเสียชีวิต อยู่ภายในกระท่อมสวนเกษตรพอเพียง หลังบ้านของตนเอง เลขที่73 บ้านโคกปันโร หมู่ที่ 9 ต.ตรำดม อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ สภาพศพ ถูกของมีคมฟันเป็นแผลเหวอะหวะขนาดใหญ่ ที่บริเวณศีรษะ อาทิ ที่บริเวณท้ายทอย ขมับ ใบหน้าและลำคอถูกเชือดจนหลอดลมขาด รวมทั้งหมด 8 แผล เลือดไหลอาบทั่วร่างและเจิ่งนองที่พื้น และคนร้ายยังนำศพ ทำการจัดท่าทางศพให้อยู่ในท่านอนเหมือนคนนอนปกติอีกด้วย
เหตุเกิด เวลาประมาณ03.00 น.วันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนที่ในช่วงเช้าวันเดียวกัน ภรรยาและลูกๆมาพบศพ ถึงกับร้องให้โฮ ด้วยความเสียใจอย่างเศร้าสลด อีกทั้ง ผู้ตายซึ่งเป็นพ่อและสามี ไม่เคยไปมีเรื่องราวกับใคร หลังจากที่หยุดขายอาหารที่โรงอาหารภายในวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ มานานหลายเดือน ก่อนกลับมาทำเกษตรทฤษฏีใหม่ที่บ้านของตนเอง ไม่นานกลับมาถูกฆาตรกรรมเสียชีวิตดังกล่าว จนเวลาล่วงเลยมา 42 วันแล้วก็ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ ขณะที่ จนท.พิสูจน์หลักฐานสุรินทร์ ได้ลงพื้นที่เก็บรวบรวมรอยนิ้วมือแฝงและสารคัดหลั่งต่างๆในกระท่อมที่เกิดเหตุเพื่อนำไปตรวจหาดีเอ็นเอ ที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 นครราชสีมา แล้ว แต่ก็ไม่พบดีเอ็นเอ หรือรอยนิ้วมือของคนร้ายแต่อย่างใด
ล่าสุด พ.ต.ท.ดำรงค์ เจริญศิริ รอง.ผกก.สอบสวน สภ.ลำดวน จ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้ทำการสอบปากคำพยานไปแล้วหลายคน ซึ่งพบเข้าข่ายผู้ต้องสงสัย 2 ราย ขอไม่เปิดเผยรายละเอียดเกรงว่าจะเสียรูปคดี โดยคดีมีความคืบหน้ากว่า 80 % แล้ว คาดว่าจะสามารถออกหมายจับคนร้ายได้ในเร็วๆนี้ ซึ่งต้องรอผลการตรวจดีเอ็นเอจากพาหนะต้องสงสัยอีกสักระยะว่าจะใช่คนร้ายหรือไม่ และเชื่อว่าคนร้ายเป็นบุคคลในพื้นที่
ขณะเดียวกันที่บ้านของนายหรรษา ที่ถูกฆาตรกรรม พบเพียงนางสายแก้ว วิบูลย์เพ็ง ภรรยาและลูกสาวคนเล็ก ของนายหรรษาผู้ตาย อยู่กันแค่เพียงสองคน ซึ่งก็จะมีชาวบ้านแวะมานั่งพูดคุยบ้างในช่วงกลางวัน โดยช่วงเย็นจะปิดบ้านแต่หัวค่ำ เพราะยังหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และลูกสาวก็จะต้องกลับไปเรียนที่ ม.มหาสารคาม ทำให้นางสายแก้วต้องอยู่คนเดียวที่บ้าน ซึ่งทางญาติๆก็เป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัย จึงปรึกษากันว่าจะให้นายสายแก้วไปพักอาศัยที่บ้านของยายที่อยู่ตำบลข้างเคียงไปก่อน
นายจำนงค์ วิบูลย์เพ็ง ผู้ใหญ่บ้านโคกปันโร และเป็นพี่ชายของผู้ตาย กล่าวว่า เป็นเวลาเดือนกว่าแล้วที่น้องชายตนถูกฆาตรกรรม ที่ผ่านมาตนก็ได้ประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดทุกวัน โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ ทุกหน่วย ลงพื้นที่ทุกวันเพื่อที่สืบเสาะหาเบาะแสของคนร้าย ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงสอบพยาน โดยพุ่งเป้าไปที่ประเด็นที่ 2 สอบพยานไปหลายคนแล้ว ซึ่งตนจะพูดอะไรมากก็ไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาจะทำงานลำบาก ตอนนี้ถือว่าคดีคืบหน้าไปมากกว่า 70-80 % แล้ว และตนมั่นใจว่าทางตำรวจจะสามารถจับคนร้ายได้ในเร็วๆนี้ คดีนี้ถือว่าเป็นคดีที่สะเทือนขวัญอย่างมาก และต้องให้ระยะเวลาทางเจ้าที่ตำรวจเขา ในเรื่องของหลักฐานที่ต้องรัดกุม ในส่วนสภาพจิตใจของทางครอบครัว ตอนนี้ก็ยังคงหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นร่วมถึงพี่น้องชาวบ้านโคกปันโรและชาวตำบลดรำดมด้วย และต้องขอขอบคุณชาวบ้านที่คอยหาเบาะแสช่วยเหลือเจ้าหน้าที่อีกทางหนึ่ง ส่วนสาเหตุของการฆ่าไม่น่าจะเกิดจากความแค้น เพราะน้องชายตนไม่เคยมีเรื่องกับใคร นิสัยถือว่าเป็นคนดีคนหนึ่ง ไม่กินเหล้าไม่สูบบุหรี่ การพนันก็มีบ้างเล่นกันแบบสนุกสนาน จะมีความแค้นในเรื่องอะไร แต่ถ้าดูในลักษณะของแผลถือว่าน่าจะแค้นมาก แต่การเตรียมการของคนร้ายถือว่าเตรียมการมาดีมาก และเชื่อมั่นว่าทางตำรวจจะสามารถจับคนร้ายได้เร็วๆนี้อย่างแน่นอน
นางสายแก้ว วิบูลย์เพ็ง ภรรยาผู้ตาย กล่าวว่า ตนไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรเลย หลังสามีถูกฆ่า สภาพจิตใจแย่มาก สงสารลูก ลูกก็กำลังเรียนอยู่ ผวามากเพระยังจับคนร้ายยังไม่ได้ ปิดบ้านตั้งแต่หัวค่ำทุกวัน กลัวคิดถึงลูกคิดถึงตัวเองว่ามันเป็นอะไรยังไงแบบนี้ อยากให้ตำรวจจับได้เร็วๆ จะได้สบายใจขึ้น และหลังจากสามีตายก็มีคนมาทวงหนีบ้าง เพราะบางอย่างเขาก็ไม่ได้บอกไว้ แต่ก็ไม่เป็นไรเรื่องนี้ อยากจะให้ตำรวจจับคนร้ายไวๆมากกว่า และช่วงที่ลูกสาวไปเรียนอยู่ที่ จ.มหาสารคาม ลูกสาวก็อยากให้ให้ตนไปนอนที่บ้านยายก่อน ในช่วงที่ยังจับคนร้ายไม่ได้ เพราะตนต้องอยู่บ้านคนเดียว ทุกคนก็เป็นห่วง และตนก็ไม่กล้าอยู่คนเดียวด้วย

