ผบช.น.ไม่ประเมินสถานการณ์ม็อบปลดแอกต่ำ ผิดว่าไปตามกฎหมาย

20.07.20 | 13:15 น.

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บก.สส.บช.น.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) เป็นประธานแนวทางพิจารณาการดำเนินคดี กรณีการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก(ฟรียูธ) และกลุ่มสหภาพนักเรียนนิสิต นักศึกษา แห่งประเทศไทย (สนท.) ที่จัดขึ้นบนถนนราชดำเนินกลาง บริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อเย็นวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนแยกย้ายกันกลับในช่วงเที่ยงคืนวันเดียวกัน โดยใช้เวลาประชุมนานกว่า 4 ชั่วโมงครึ่ง

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ในวันนี้เป็นการสรุปภาพรวมความคืบหน้าของการชุมนุมที่เกิดขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่นๆ โดยหน้าที่หลักของตำรวจคือการเฝ้าระวังและป้องกันบุคคลที่ 3 ที่อาจเข้ามาสร้างสถานการณ์ พร้อมดูแลความปลอดภัยของประชาชน ส่วนการดำเนินคดีนั้นเป็นหน้าที่ของพนักงานสืบสวนสอบสวน ซึ่งตำรวจจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายตามปกติ ยืนยันว่าไม่มีการกลั่นแกล้งใคร อย่างไรก็ตาม การชุมนุมครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 5 นาย จากนี้จะตรวจร่างกายพร้อมสอบปากคำคนเจ็บก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย


ด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.กล่าวว่า สำหรับการดำเนินคดีกับแกนนำหรือผู้ชุมนุมนั้น เจ้าหน้าที่กำลังพิสูจน์ทราบตัวบุคคลและรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบใครเกี่ยวข้องก็ว่ากันตามกฎหมาย เบื้องต้นเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยืนยันว่าตำรวจไม่ได้ประเมินสถานการณ์ต่ำไป ทั้งนี้ ฝากไปยังผู้ชุมนุมว่า หากจะทำอะไรขอให้คำนึงถึงความเดือดร้อนของคนอื่นและการเฝ้าระวังโรคติดต่อ