คร.เช็กห้องตรวจ”โควิดสนามบินสุวรรณภูมิ เตรียมพร้อมมาตรการผ่อนปรน

21.07.20 | 21:51 น.

คร.เช็กห้องตรวจ”โควิดสนามบินสุวรรณภูมิ เตรียมพร้อมมาตรการผ่อนปรน

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) และคณะผู้บริหารจากกรมควบคุมโรค ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ในการดำเนินการตรวจคัดกรองและความพร้อมของห้องปฏิบัติการในการตรวจโรคโควิด 19 ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับมาตรการผ่อนปรนในระยะต่อไป

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า ตามที่ประชุมของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) มีคำสั่งในวันที่ 30 มิถุนายน 2563 กำหนดให้บุคคลที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยทางท่าอากาศยาน ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ ศบค. กำหนด เพื่อให้การดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ กระทรวงสาธารณสุข

โดยกรมควบคุมโรค ได้มีการประสานการทำงานกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) หน่วยงานราชการ สภากาชาดไทย สายการบินและผู้ปฏิบัติงานภายใน ทสภ. เพื่อจัดเตรียมห้องปฏิบัติการสำหรับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด 19 ด้วยระบบการตรวจหาสารคัดหลั่งทางพันธุกรรม หรือ RT-PCR ซึ่งเป็นวิธีการตรวจมาตรฐาน มีความรวดเร็วและแม่นยำ สามารถทราบผลเร็วภายใน 2 ชั่วโมง จะใช้เครื่องที่เน้นการตรวจ ณ จุดการให้บริการ หรือ Point of care ซึ่งผ่านการตรวจรับรองมาตรฐานโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา และมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวต่อว่าวัตถุประสงค์ของห้องปฏิบัติการนี้ คือ 1.เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน เนื่องจากเป็นระบบปิด ที่ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อและลดโอกาสการปนเปื้อนเชื้อจากสิ่งแวดล้อมภายนอก 2.การตรวจทางห้องปฏิบัติการมีความถูกต้อง ซึ่งได้รับการตรวจเทียบค่าความถูกต้องของเครื่องมือโดยการประเมินจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 3.สามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้เดินทาง เนื่องจากการตรวจทางห้องปฏิบัติการดังกล่าว สามารถทราบผลภายใน 2 ชั่วโมง

Advertisement

นอกจากนี้ ในการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความพร้อมครั้งนี้ เป็นการมาเยี่ยมและให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ในด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในการปฏิบัติงานและรับฟังปัญหาหรือข้อขัดข้องต่างๆ เพื่อหาแนวทางแก้ไขและสนับสนุนต่อไป ทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการปฏิบัติงาน รวมทั้งลดการสัมผัสใกล้ชิดที่จะก่อให้เกิดความเสี่ยง ที่สำคัญเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับรองรับมาตรการผ่อนปรนในระยะต่อไปด้วย