รอง ผบช.ภ.1 ตรวจคดีโจ๋ยกพวกตีกันใน รพ. ล่าสุดสอบ 4 พยานกลุ่มซอยโรงเหล็ก

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เดินทางตรวจเยี่ยมความคืบหน้าคดีวัยรุ่นยกพวกตีกันในห้องฉุกเฉิน ซึ่งวันนี้พยาน 4 คน ที่อยู่ในเหตุการณ์ ภายในซอยโรงเหล็ก เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังเกิดเหตุหนีไปหลบอยู่กับญาติที่ จ.จันทบุรี เพราะกลัวว่ากลุ่มวัยรุ่นซอยมหาวงษ์จะหวนกลับมาทำร้าย เพราะมีคนมากกว่า

นายเต๋า หนึ่งในผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า วันเกิดเหตุ มีนายแฮ็กนำยาบ้านเข้ามาขายในชุมชนที่ตนอาศัยอยู่ พวกตนจึงต่อว่าไป เพราะกลุ่มตนไม่ยุ่งกับยาเสพติด แต่นายแฮ็กกลับขี่รถจักรยานยนต์ออกไปตามพรรคพวกประมาณ 8 คน หวนกลับมาทำร้ายกลุ่มตน ซึ่งขณะนั้นนั่งเล่นกีต้าร์กันอยู่ 4 คน โดยเหตุการณ์ชุลมุนเกิดขึ้นเร็วมากจนตนไม่ทราบว่าฝ่ายตรงข้ามถูกแทงตั้งแต่ตอนไหน และตนเองก็เป็นคนโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มาระงับเหตุเองด้วย โดยหลังเกิดเหตุตนและพรรคพวกพากันหลบไปตั้งหลักที่บ้านญาติในพื้นที่ จ.จันทบุรี และขอยืนยันว่า มีข่าวออกไปว่าทั้ง 2 แก๊งทะเลาะกันเพราะทับเส้นทางการค้ายาเสพติดนั้น ไม่เป็นความจริง กลุ่มตนไม่เคยยุ่งกับยาเสพติด และเป็นฝ่ายที่เข้าไปต่อว่าการขายยาเสพติดของฝ่ายตรงข้ามด้วย

ส่วนนายเจ๋ง ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์และถูกกลุ่มซอยวัดมหาวงษ์พยายามอุ้มตัวไป แต่ดิ้นหนีหลุดออกมาได้ เล่าว่า หลังจากที่กลุ่มวัยรุ่นซอยวัดมหาวงษ์กลับมาถึง ก็พุ่งตรงเข้ามาทำร้ายตนและพวก จนเกิดการตะลุมบอน และนายคิวถูกแทง ทางฝ่ายตรงข้ามจับอุ้มขึ้นรถจักรยานยนต์ และพยายามพาตนออกนอกพื้นที่ โดยมีการพูดข่มขู่ตนตลอดว่าหากน้องกูเป็นอะไรไปมึงต้องเป็นตามน้องกูไป แต่ตนพยายามดิ้นขัดขืนจนกระทั่งรถจักรยานยนต์ที่อุ้มตนไปล้มลง จึงวิ่งหนีออกมาได้

พลต.ต.ธนายุตม์เปิดเผยว่า ในเหตุการณ์นี้แยกเป็น 3 คดี มีผู้เกี่ยวข้องใน 3 คดีทั้งหมด 27 คน ซึ่งบางคนเกี่ยวพันทั้ง 3 คดี บางคนเกี่ยวพัน 2 คดี แล้วก็บางคนเข้าไปเกี่ยวพันเฉพาะเหตุการณ์สุดท้าย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ติดตามผู้เกี่ยวข้องได้มาเกือบทั้งหมดแล้ว ส่วนประเด็นที่ทางผู้ต้องหาและพยานกล่าวอ้างว่าชนวนเหตุมาจากเรื่องยาเสพติดนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนขยายผล หากพบใครเข้ามาเกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายทั้งหมด ส่วนทางด้านโรงพยาบาลที่มีข่าวว่าพยาบาลและแพทย์จะลาออกนั้น ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังแหล่งข่าวที่โรงพยาบาลได้แจ้งว่ามีเพียงหมอที่อยู่ในเหตุการณ์ขวัญเสียจึงได้ลาไม่มีกำหนด ส่วนนางพยาบาลยังคงมาเข้าเวรตามปกติ ซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรง ได้การสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจได้เข้าไปตรวจตลอด 24 ชั่วโมง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ทางการมุมไบ ใช้ “หมวกกันน็อกอัจฉริยะ” ช่วยตรวจคัดกรอง โควิด-19
บทความถัดไป‘ศักดิ์สยาม’รุก 4มิติ บก-ราง-น้ำ-อากาศ สู่ฮับโลจิสติกส์อาเซียน (ตอนที่ 1)