‘กลุ่มทนายความ’ร้อง’บิ๊กต๊อก’สอบพฤติการณ์ เดชอุดม-กรรมการสภาทนายความ

28.07.16 | 15:29 น.

กลุ่มทนายความร้อง’บิ๊กต๊อก’สั่งให้สอบ’เดชอุดม- กรรมการสภาทนายความ’

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 28 ก.ค. ที่ศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายเฉลิมพล สุมโนพรหม นายกสมาคมทนายความจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยนายเดชา ยิ้มอำนวย ทนายความ ในฐานะแกนนำพลังทนายความเพื่อแผ่นดิน พร้อมกลุ่มเพื่อนทนายความ และกลุ่มเพื่อนทนายความหลากหลาย ประมาณ 20 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เพื่อให้ตรวจสอบพฤติการณ์ของคณะกรรมการนายกสภาทนายความกระทำผิดวัตถุประสงค์ ของสภาทนายความ ตามมาตรา 20 พ.ร.บ.ทนายความ 2528 โดยมีนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้รับเรื่อง

นายเดชากล่าวว่า จากกรณีนายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ รักษาการนายกสภาทนายความ ซึ่งสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2559 แต่ปรากฏว่ากลับมีการ ร่าง พ.ร.บ.ทนายความ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมโดยอ้างความจำเป็นเรื่องของการที่ประเทศไทยจะต้องเข้าสู่อาเซียนและการค้าเสรี โดยเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีเนื้อหาที่ไม่ชอบมาพากล คือ ให้ทนายความต่างชาติสามารถมาขึ้นทะเบียนประกอบอาชีพทางกฎหมายได้ในประเทศไทย ซึ่งเป็นการกระทำผิดหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ในมาตรา 7 (1) การส่งเสริมการศึกษาและการประกอบวิชาชีพทนายความ อีกทั้ง ใน พ.ร.บ.ดังกล่าว ยังมีการแก้ไขเพิ่มเติม ตามมาตรา 35 คือให้กรรมการสภา 2 ใน 3 สามารถอนุมัติให้ใบประกอบวิชาชีพทนายความได้โดยไม่ต้องผ่านการสอบ รวมทั้งการตรวจสอบและเอาผิดในกรณีเรื่องของหมวดมารยาทสภาทนายความ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากของอาชีพนี้ เดิมการพิจารณาตามลำดับชั้นจะต้องให้สิ้นสุดที่ตำแหน่งสภานายกพิเศษฯ หรือ รมว.ยุติธรรม แต่ฉบับดังกล่าวกลับแก้ไขให้เรื่องจบที่คณะกรรมการสภาทนายความ นอกจากนี้ยังมีเรื่องใบประกอบวิชาชีพที่จากเดิมคนที่เป็นทนายความสามารถมีใบประกอบวิชาชีพตลอดชีพได้ แต่ในร่างดังกล่าว แก้ไขว่าจะต้องมีอายุ 65 ปีขึ้นไป จึงจะสามารถทำใบประกอบวิชาชีพตลอดชีพได้

13835789_10209305157201620_128240691_o

นายเดชากล่าวต่อว่า นายเดชอุดมกับพวกยังมีปัญหาในเรื่องการจัดการเลือกตั้งนายกสภาทนายความล่าช้า เกินกำหนดในกฎหมาย ซึ่งขัดต่อมาตรา 22 พ.ร.บ.ทนายความ โดยตามกำหนดจะต้องเลือกตั้งภายใน 60 วัน นับตั้งแต่นายกสภาทนายความสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่ง แต่มีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเป็นวันที่ 28 ส.ค.นี้ ซึ่งจะทำให้นายเดชอุดมขยายเวลารักษาการนายกสภาทนายความออกไปเป็น 121 วัน ซึ่งตรงนี้ก็ไม่ถูกต้องอยู่แล้ว เพราะตามกฎหมายแล้วจะต้องเลือกตั้งภายใน 60 วัน นอกจากนี้ ในช่วงที่เป็นรักษาการนายกสภาทนายความยังไปยื่นเสนอแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ทนายความ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมอีก ตนจึงเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องและไม่เคารพกฎหมายอย่างชัดเจน รวมถึงไม่มีความโปร่งใสด้วย

Advertisement

“ทำให้เสียความชอบธรรม และความเป็นกลางในการดำรงตำแหน่งฐานะผู้จัดการเลือกตั้ง เพราะทำให้คณะกรรมการสภาทนายความ นายเดชอุดมยังคงเป็นผู้สมัครแข่งขันตำแหน่งนายกสภา และกรรมการสภาอีกกว่า 10 คน ก็ยังคงอยู่ในตำแหน่งกรรมการสภา และอาศัยช่วงเวลากับโอกาสทำกิจกรรมสภาทนาย ทับซ้อนกับการหาคะแนนนิยมอย่างไร้จริยธรรม” นายเดชากล่าว และว่า การร้องเรียนในวันนี้เพื่อขอให้ รมว.ยุติธรรม สั่งให้คณะกรรมการสภาทนายความพ้นจากตำแหน่ง รวมทั้งให้นายอุทิศพ้นจากการเป็นผู้จัดการการเลือกตั้งนายกและกรรมการสภาทนายความต่อไป

นายชาญเชาวน์กล่าวว่า สำหรับประเด็นที่ทางสภาทนายความเดินทางมายื่นเรื่องร้องเรียนในวันนี้ เบื้องต้นจากการพูดคุยทราบว่า 1.มีการกล่าวหาว่ากรรมการและนายกสภาทนายความทำไม่ถูกต้องตามกฎหมาย 2.การเลือกตั้งกรรมการสภาทนายความ และ 3.การแก้กฎหมาย พ.ร.บ.สภาทนายความ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คงเกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของ รมว.ยุติธรรม ในฐานะเป็นสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ โดยสิ่งที่ตนจะดำเนินการหลังจากนี้ คือให้เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการร่วมกลั่นกรอง รวมทั้งในแง่ข้อเท็จจริงที่อยู่ในเอกสารที่ได้รับจากกลุ่มดังกล่าว และข้อกฎหมาย พร้อมทั้งส่งมาให้ยังสำนักปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อให้สำนักงานกฎหมายช่วยกลั่นกรองก่อนที่จะนำเสนอความเห็นต่อไปยัง รมว.ยุติธรรม ทั้งนี้ถือว่าวิชาชีพทางกฎหมาย โดยเฉพาะวิชาชีพทนายความนั้นเป็นวิชาชีพที่ได้รับความเชื่อถือ และต้องทำหน้าที่อำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน เมื่อมีข้อกล่าวหาหรือเรื่องไม่สบายใจ ดังนั้น กระทรวงเราก็ต้องดูแลตรงนี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนเกิดความมั่นใจในวิชาชีพทนายความ