‘วัฒนา’ แฉข้อมูลลับคดี ‘บอส อยู่วิทยา’ ชำแหละยับทำไมถึงสั่งไม่ฟ้อง

25.07.20 | 11:38 น.

‘วัฒนา’ แฉข้อมูลลับคดี ‘บอส อยู่วิทยา’ ชำแหละยับทำไมถึงสั่งไม่ฟ้อง

 

จากกรณีที่สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นรายงานอ้างแหล่งข่าวจาก พ.ต.อ.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล ผกก.สน.ทองหล่อ ระบุว่า ได้รับทราบจากอัยการสูงสุดเมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า มีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทเจ้าของธุรกิจกระทิงแดง ผู้ต้องหาในคดีขับรถหรูเฟอร์รารีชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป. สน.ทองหล่อ เสียชีวิตแล้วหลบหนี เมื่อเช้ามืดวันที่ 3 กันยายน 2555 โดยได้แจ้งไปทางนายวรยุทธแล้ว และยกเลิกหมายจับแล้วเช่นกัน ทำเอาผู้คนในสังคมไม่พอใจอย่างกว้างขวาง และวิจารณ์ถึงกระบวนการยุติธรรมว่า คุกมีไว้ขังคนจน ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555 นายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ได้ขับรถยนต์เฟอร์รารี่ ทะเบียน ญญ 1111 กรุงเทพมหานคร ชนดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ที่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 49 แต่ไม่หยุดรถเป็นเหตุให้ลากร่างดาบวิเชียรไปประมาณ 200 เมตรจนถึงแก่ความตาย

ต่อมาพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ได้แจ้งข้อหานายวรยุทธรวม 4 ข้อหา คือ (1) ขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด (2) เกิดอุบัติเหตุแล้วไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ (3) ขับรถในขณะมึนเมา และ (4) ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยความผิดตาม (1)-(2) มีอายุความ 1 ปี ส่วนความผิดตาม (3) มีอายุความ 5 ปี ซึ่งขาดอายุความไปแล้วตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2560 คงเหลือคดีประมาทเป็นเหตุให้คนตายซึ่งจะขาดอายุความในวันที่ 3 กันยายน 2570

Advertisement

คดีนี้ ผู้กระทำความผิดก็ได้มีการวางแผนสู้คดีอย่างเป็นระบบโดยได้รับความร่วมมือจากผู้ที่เกี่ยวข้อง เริ่มจากมีการนำเอาตัวพ่อบ้านมาเป็นผู้ต้องหาแทนแต่ถูกจับได้จึงไม่สำเร็จ ส่วนพนักงานสอบสวนก็มีพฤติกรรมปล่อยปละละเลยปล่อยให้คดีตาม (1)-(3) ขาดอายุความ เพราะหากผู้ต้องหาหนีไม่พ้นจะต้องขึ้นศาลก็มีโอกาสที่จะได้รับความปราณีจากศาล เพราะคดีขับรถเร็ว ชนแล้วไม่หยุดช่วยเหลือ และเมาแล้วขับ ซึ่งจะเป็นเหตุทำให้ศาลไม่รอการลงโทษล้วนขาดอายุความจะไม่ถูกนำมารวมในคดีขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต

สำหรับคดีประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิตนั้น เบื้องต้นอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งฟ้องซึ่งตำรวจจะต้องนำตัวผู้ต้องหามาส่งอัยการเพื่อนำตัวส่งศาลพร้อมคำฟ้องภายในอายุความ แต่เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนีจึงออกหมายจับและแจ้งตำรวจสากล แต่ที่ทำให้ประชาชนประหลาดใจคืออัยการสูงสุดกลับคำสั่งของตัวเองเป็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาและสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่คัดค้านจึงทำให้คดีนี้ถึงที่สุดเว้นแต่มีพยานหลักฐานใหม่

สาเหตุที่อัยการหยิบยกคดีที่มีหลักฐานสมบูรณ์พอฟ้องแล้วมาทบทวนใหม่ เนื่องจากมีผู้ร้องไปยังคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่แต่งตั้งโดย คสช. ซึ่งมีพลเรือเอกศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานคณะกรรมาธิการให้มีการสอบสวนเรื่องนี้ ต่อมาคณะกรรมาธิการดังกล่าวได้สอบหาข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่าผู้ต้องหาไม่ได้กระทำความผิดจึงทำเรื่องขอความเป็นธรรมถึงอัยการสูงสุด โดยอัยการเด้งรับมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนสอบข้อเท็จจริงเพิ่ม จากนั้นกลับคำสั่งเดิมเป็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาเพราะหลักฐานไม่พอฟ้อง

จากนั้น 22 เมษายน 2559 สตช. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตำรวจรวม 11 คน แล้วส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ต่อมา 29 กรกฎาคม 2562 ป.ป.ช. มีมติชี้มูลตำรวจที่มีพฤติกรรมดังกล่าวจนเป็นเหตุให้คดีตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกขาดอายุความ ว่า “มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความตั้งใจ อุตสาหะ เพื่อให้เกิดผลดี หรือความก้าวหน้าแก่ราชการ เอาใจใส่ระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของทางราชการและประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ” จึงส่งเรื่องมาให้ สตช.ดำเนินการทางวินัย และวันที่ 31 มีนาคม 2563 สตช.ได้มีคำสั่งให้ลงโทษด้วยการกักยาม ภาคทัณฑ์ และยุติเรื่อง

ประธาน ป.ป.ช. คืออดีตนายตำรวจที่เคยเป็นเลขาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ชายของพลเรือเอก ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ประธานกรรมาธิการที่ส่งเรื่องร้องขอความเป็นธรรมให้อัยการสูงสุดกลับคำสั่งเดิม ส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็เป็นหน่วยงานเดียวกันกับที่จับกุม ตั้งข้อหา และสั่งฟ้องนิสิต นักศึกษา และประชาชนที่ออกมาเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเอาเป็นเอาตาย ส่วน ป.ป.ช.ก็เป็นหน่วยงานเดียวกันกับ ป.ป.ช.ที่เพิ่งสั่งฟ้องนายกฯยิ่งลักษณ์ ที่ย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี แต่หลับตากับ พล.อ.ประยุทธ์ที่ย้ายข้าราชการหลายร้อยคน

เอากันให้เต็มที่ครับ รัฐบาลและองค์กรอิสระทั้งหลาย วันนี้มีโอกาสแล้วเพราะมีนายกฯที่มาจากเผด็จการช่วยกันเหยียบหัวประชาชนต่อไป ความยุติธรรมของประเทศนี้ซื้อได้และขึ้นอยู่กับเป็นพวกของใคร ส่วนคนไทยความอดทนสูงครับ

วัฒนา เมืองสุข
24 กรกฎาคม 2563