เหยี่ยวถลาลม : อย่าฆ่าเด็กอีกเลย
ย้อนไปเมื่อ 14 ตุลา 2516 ก็จะเห็นว่า “แค่เด็กๆ ชุมนุมกัน”
6 ตุลา 2519 ก็แค่เด็กๆ ชุมนุมกัน
แต่เหตุอันใด “รัฐ” ถึงต้องระดมสรรพกำลังล้อมปราบล้อมฆ่า
“อารมณ์” โหดร้ายป่าเถื่อนนั้นมาจากไหน เกิดขึ้นได้อย่างไรในประเทศที่ผู้คนรักความสงบและนับถือพุทธศาสนา
ถ้าจะเปรียบไป “อารมณ์” ก็เหมือนท่อนฟืน รอเพียงจุดไฟก็สามารถลุกโชน
เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 นั้นมีภูมิหลังจาก “เด็กๆ” ซึ่งเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษาชุมนุมร้องขอ “รัฐธรรมนูญ” จากระบอบ “ถนอม-ประภาส-ณรงค์” ที่สืบทอดอำนาจยาวนานมาตั้งแต่สิ้น สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในปี พ.ศ.2506
แทนที่จะหยิบยื่นรัฐธรรมนูญให้ ทั้งตำรวจ ทหาร และครูบาอาจารย์ในมหาวิทยาลัยกลับยัดเยียดข้อหาและจับกุมดำเนินคดีจนบานปลายกลายเป็นกรณี “13 กบฏรัฐธรรมนูญ”
นักศึกษาธรรมศาสตร์ถึงขั้นเดิมพัน “ชีวิตการเรียน” ด้วยการประกาศ “งดสอบ”
ส่วนนักศึกษารามคำแหงขับไล่อธิการบดี
กลายเป็นไฟไหม้ลามจน 3 ทรราชต้องออกจากประเทศ !
ส่วนภูมิหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 นั้นเกิดจาก “แผน” ที่ตระเตรียมอย่างเป็นระบบเพื่อทำลายนักเรียนนิสิตนักศึกษาซึ่งเมื่อคำนวณได้ว่าสถานการณ์ “สุกงอม” ก็ให้ “ถนอม” เดินทางกลับประเทศ
นั่นคือการราดน้ำมันลงไปในกองฟืนแล้วจุดไฟ !
นักเรียนนิสิตนักศึกษาชุมนุมประท้วงต่อต้าน “ตามคาด”
แต่ที่ “ไม่คาดคิดไป” ก็คือ การชุมนุมคราวนั้นถูกกำหนดให้เป็น “จุดจบ” ของขบวนนักเรียน นิสิต นักศึกษา
เมื่อการชุมนุมต่อต้านการกลับมาของ “อดีตทรราชถนอม” ถูกบิดเบือน ใส่ร้าย ป้ายสีให้เป็นที่เกลียดชัง ก็ระดมสรรพกำลัง ทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือนที่มีการจัดตั้ง (นวพล, ลูกเสือชาวบ้าน, กระทิงแดง) เข้าปิดล้อมพร้อมระดมฆ่าลูกหลานอย่างน่าอเนจอนาถ
นักเรียนนิสิตนักศึกษาที่รอดจากการถูกฆ่าจะถูกจับด้วย 9 ข้อหาฉกรรจ์ ซึ่งมีตั้งแต่ร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่น มั่วสุม 10 คนขึ้นไป แล้วใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อาวุธประทุษร้าย ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ด้วยการใช้กำลังและอาวุธ ซ่องโจร สะสมกำลังคนและอาวุธเพื่อกบฏ ยุยงราษฎรเป็นกบฏ ร่วมกันกระทำอื่นใดเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดิน หรือเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน กระด้างกระเดื่อง
ที่ถูกกลายเป็นผิด
มือเปื้อนเลือด-ใจคอวิปริต กลายเป็น “วีรชน” !?!!

