เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ร้านข้าวหมูแดงแมสเซ็นเจอร์ ย่านภาษีเจริญ ทำให้นายอนันต์ แสงอุไร อายุ 66 ปี เจ้าของร้านถูกเพลิงไหม้เสียชีวิต ต่อมา ลูกสาวผู้ตายเข้าร้องตำรวจหลังผลชันสูตรแพทย์รายงานเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ มีรอยคล้ายถูกบีบรัดบริเวณลำคอ โดยเชื่อว่าจะเป็นการฆาตกรรมอำพราง ต่อมา ตำรวจควบคุมตัว นายอำพล หรืออู้ วงเวียนทอง อายุ 58 ปี อาชีพเพาะพันธุ์ไก่ชน มาสอบปากคำเนื่องจากเป็นผู้ที่อยู่กับนายอนันต์ ผู้เสียชีวิต เป็นคนสุดท้าย เบื้องต้นให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จากนั้น พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 พ.ต.ท.ปรเมศร์ เมฆสั้น รอง ผกก.สส.สน.บางขุนเทียน พร้อมฝ่ายสืบสวน สน.บางขุนเทียน สอบปากคำนานกว่า 10 ชม. ต่อมา นายอำพลรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าว
นายอำพลให้การว่า รู้จักกับผู้เสียชีวิตมานานกว่า 20 ปี เนื่องจากเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงตั้งแต่รุ่นพ่อ วันก่อเหตุนั่งวิน จยย.มาบ้านผู้เสียชีวิตเพื่อมาไถ่พระเครื่องสมเด็จกับพระวัดนาคปรก ที่นำมาจำนำไว้จำนวน 30 องค์ ราคา 5,000 บาท แต่ขณะพูดคุยผู้เสียชีวิตกลับใช้คำพูดจาไม่ดี ชวนหาเรื่อง และบอกว่าพระเครื่องทั้งหมดไม่อยู่แล้ว จึงเกิดการทะเลาะกันและทำร้ายร่างกาย ระหว่างนั้นเตาถ่านที่อุ่นอาหารล้มกระเด็นทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ ต่อมาผู้เสียชีวิตสู้แรงตนไม่ไหวล้มลงบริเวณหน้าประตูบ้าน จากนั้นตนลงไปปลุกปล้ำบีบคอจนมีอาการสะอึกแน่นิ่งไป จึงลากผู้เสียชีวิตเข้าไปในบ้าน ตนเดินกลับที่พัก ส่วนสร้อยคอทองคำและจี้พระเครื่องไม่ได้เอาไป ทั้งนี้ คาดว่าช่วงปลุกปล้ำกันทองอาจจะเกิดขาดหายไป
ต่อมา พ.ต.ท.ปรเมศร์ พ.ต.ท.จารุกิตติ์พัฒน์ สุขยิ่ง สว.สส.สน.บางขุนเทียน นำกำลังฝ่ายสืบสวน พร้อมรถน้ำอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิธรรมประทีปสัมโพธิญาณ มาบ้านเลขที่ 363/1 ถนนราชพฤกษ์ แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กทม. ทำการสูบน้ำร่องน้ำทิ้งในพื้นที่บ้าน เพื่อหาสร้อยคอทองคำ 5 บาท พระเลี่ยมทอง ภาชนะใส่น้ำมัน เป็นต้น โดยการค้นหาใช้เวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที ก่อนจะยุติลงเนื่องจากยังไม่พบหลักฐานใดๆ เพิ่มเติม เบื้องต้นแจ้งข้อหาแก่นายอำพลฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

