เรื่องราวของสี่พี่น้องแห่งเขาบันได พรุ่งนี้ วันเสือโคร่งโลก
วันที่ 29 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟชบุ๊ก ห้วยขาแข้งสืบสาน ได้เผยแพร่ภาพ เสือโคร่งสี่พี่น้องกำลังเดินตามแม่เสือ ในพื้นที่ป่าห้วยขาแข้ง ที่ถ่ายภาพ โดย กิตติพนธ์ บูรณสมภพ โดยแอดมินเพจ ได้อธิบายเรื่องราวของภาพทั้งหมดไว้ดังนี้
สี่พี่น้องแห่งเขาบันได
เรื่องราวของสี่พี่น้องข้ามลำห้วย จากวันนั้นถึงวันนี้
#ซีรี่ย์วันเสือโคร่งโลก #29กรกฎาคมวันเสือโคร่งโลก
#29JulyGlobalTigerDay
+++++++++++++
ความจริง ภาพนี้เป็นภาพเก่า และน่าจะมีคนเห็นมากที่สุดภาพหนึ่ง ถ่ายได้ตั้งแต่เมื่อปี 2011 โดยกั๋น กิตติพนธ์ บูรณสมภพ เหล่าช่างภาพสายนก สัตว์ป่า คงคุ้นหน้าตากันดี
ตอนสายของวันที่ 11 พฤศจิกายน ปีนั้น น้ำในห้วยขาแข้งยังสูง ฟ้าเคลียร์ดี มองตะพักลำน้ำในภาพกว้างได้ชัดเจนจากหมู่อาคารนักวิจัยที่วางตัวเป็นแนวขนานไปกับปลายลำห้วยแม่ดี
ด้านซ้ายมือสุด หรือด้านตะวันตกค่อนใต้ เป็นตำแหน่งที่มองเห็นลำน้ำหักโค้งไปทางตะวันออก ระดับน้ำเพิ่มมากขึ้นเพราะห้วยแม่ดีไหลมาสบกับห้วยขาแข้ง ช่วงที่น้ำมากมองไม่ค่อยเห็นหาดทรายสักเท่าไหร่ เห็นหาดกรวด และหญ้าพงที่บอกลักษณะของลำน้ำใจกลางมรดกโลก
สีส้มน้ำตาลสลับดำปรากฏให้เห็นตรงโค้งลำน้ำเบื้องหน้า ห่างจากลานอาคารไม่น่าจะถึงร้อยเมตร เสียงลั่นชัตเตอร์ ยังแว่วไปถึงหูแม่เสือจนหันมามองแว่บหนึ่ง
นั่นคือภาพอันแสนพิเศษที่น้อยคนนักจะมีโอกาสได้เห็นด้วยสองตา
+++++++++
เสือแม่พาลูกๆ ทั้งสี่ข้ามลำขาแข้งจากฝั่งห้วยแม่ดี ไปตัดด่านทางฝั่งตะวันตกของลำห้วยขาแข้ง กลายเป็นภาพเสือโคร่งในธรรมชาติ ที่คนเห็นแล้วตื่นเต้น ตื้นตันที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมานี้
ถามไถ่กันต่อมาก็คือ แม่ลูกเหล่านี้ ยังอยู่ดีไหม เป็นอย่างไรกันบ้าง
คนที่จะเล่าเรื่องให้ฟังได้ดีอีกคนหนึ่ง ก็คือ คนที่นำลูกทีมตามดูเสือโคร่งในป่าฝั่งนี้ สมโภชน์ ดวงจันทราศิริ หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ นั่นเอง
ถ้ายังอยู่ ตัวแม่ก็คงแก่หง่อมมากแล้ว เพราะอายุอานามรุ่นเดียวกัน หรือแก่กว่ายายบุปผานิดหน่อย เพราะเธอถูกพบ และเห็นกันมาตั้งแต่ปี 2005 หรือ 2548 และยังเจอต่อเนื่องตลอด 10 ปี จนถึงปี 2014 ตั้งชื่อเป็นรหัสเอาไว้ว่า HKK 122 คือเสือห้วยขาแข้งตัวที่ 122
ที่ว่าเห็นกันก็มาจากการวางกล้องดักถ่ายในบริเวณที่ติดตามศึกษา อันเป็นภาระที่ทำต่อเนื่องทุกปี เพื่ออัพเดทข้อมูล และระบบตรวจติดตาม
++++++++++++++
เขตฯห้วยขาแข้งด้านหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยแม่ดี – เขาบันได ไปจนถึงปลายลำน้ำที่หน่วยฯกรึงไกร จะเรียกรวมๆ ว่าพื้นที่โซนใต้ ห่างไกลยากลำบากแค่ไหน ก็ทำให้การสำรวจจัดตั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในยุคแรกเมื่อปี 2515 หัวหน้าคนแรกต้องเปลี่ยนมาใช้แถวๆ ลานสักเป็นที่ตั้งสำนักงานเขตนั่นแหละ
สมัยแรก เขาบันไดเป็นหน่วยฯ นอกสุด ถัดออกไปมีชุมชนกระเหรี่ยงโพล่วตั้งบ้านเรือนอาตามแนวลำน้ำไปหนาแน่นที่สุดที่กรึงไกรหลายร้อยหลังคาเรือน หนำซ้ำยังเป็นแปลงสัมปทานทำไม้ของไม้อัดไทยอีกด้วย
ภายหลังการอพยพลี้ภัยคอมมิวนิสต์ และไปตั้งชุมชนบ้านใหม่คลองอังวะนับแต่ปลายปี 2528 โซนใต้ก็นับเป็นบริเวณที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของป่าห้วยขาแข้ง — เสือโคร่งหลายแม่ที่ถูกพบเห็นช่วยยืนยันได้เป็นอย่างดี เช่นเดียวกับเป็นแหล่งที่พบควายป่าฝูงสุดท้ายของเรา
++++++++++++
เด็กๆ ทั้ง 4 ตัวนั้น — หัวหน้าสถานีวิจัยฯ เล่าว่าน่าจะเกิดตอนต้นปี 2011 วันที่ถูกบันทึกภาพได้ น่าจะมีอายุราวๆ 10 เดือน เรียกว่าเป็นเสือรุ่น และยังต้องอยู่กับแม่อีกอย่างน้อยก็ 1 ปีเต็ม
ใน 4 ตัวนี้ เป็นตัวผู้ 2 ตัว คือ HKK185 กับ HKK186 และเป็นตัวเมีย 2 ตัว คือHKK 187 กับ HKK 188
จากปี 2011 แม่และพี่น้องครอบครัวนี้มาเดินผ่านกล้องให้เราพบเห็นทุกปี ตลอดสามสี่ปี ลูกสาวทั้งสอง ซึ่งคงบอกไม่ได้ว่า เป็นเจ้าตัวไหนในแถวข้ามลำน้ำ แต่น่าดีใจที่สาวๆ 187 กับ 188 ซึ่งตอนนี้ก็เป็นสาวใหญ่แล้ว ยังหากินในพื้นที่เดิมของแม่122 — นสส. นางสาวสุวรรณ ( แหะแหะ แอดมินขอตั้งให้เอง ) จนถึงปี 2020 นี้ ก็ยังพบเห็นกันอยู่
แต่ที่น่าติดตามยิ่งก็คือ ลูกชายทั้งสอง ปกติตามสัญชาติญาณต้องใช้ชีวิตระหกระเหิน เดินทางหาบ้าน ตัวน้อง คือ 186 หายไปไม่มาเข้ากล้องอีก นับแต่ปี 2013 การหายไป ก็เป็นไปได้หมด ทั้งที่คุณๆ อาจกำลังคิดในทางร้าย ….
แต่ก็อาจเป็นไปได้ในทางดีว่า ไปพบเขตบ้านใหม่ในพื้นที่อนุรักษ์ที่ไหนสักแห่งที่อยู่นอกพิสัยการวางแนวสำรวจวิจัย เพราะจากบ้านของแม่ ข้ามเขาไปทางตะวันตกก็จะไปถึงใจกลางเขตฯทุ่งใหญ่ตะวันตก
++++++++++++
เจ้าตัวทีเด็ด คือ 185 ปรากฏว่า มาพบกันอีกที พี่เดินเกาะลำห้วยขึ้นเหนือมายึดพื้นที่อยู่แถวๆเขานางรำ ตอนปี 2015 เมื่ออายุได้ราวๆ 4 ขวบ นับว่ากำลังฉกรรจ์ เจ้าตัวที่ครองพื้นที่ส่วนหนึ่งอยู่ก่อน ก็คือ “ลุงอุทิศ” ซึ่งคาดกันว่าอาจจะเป็นพ่อของเจ้าคลองค้อ
185 จึงถูกพบเจอกันบ่อยๆ เลยได้ชื่อว่า “ชัชวาลย์” และเป็นตัวเดียวในสี่พี่น้องที่ได้ชื่อไทย ( 5555 )
จากป่าโซนใต้แถวเขาบันได ขึ้นเหนือไปยังเขานางรำ ห่างกันราวๆ 30 กว่าก.ม. เกาะลำขาแข้งขึ้นมาแล้วมาเข้าห้วยแยก ก็มาถึงได้ ป่าโซนใต้ ชัชวาลย์ ไม่ใช่ตัวเดียวที่ขึ้นมาแถวนี้ ผอ.ศักดิ์สิทธิ์ ซิ้มเจริญ เคยเล่าว่ามีเจ้าตัวหนึ่ง เร่ร่อนทะเร่อทะร่ามาแถวๆ เขานางรำแล้วมาถูกจับติดคอลลาร์ ปรากฏว่า พอฟื้นขึ้น สัญญาณก็ฟ้องว่า เจ้านี่รี่ตรงดิ่งกลับลงใต้ไปโดยไม่หยุดแวะเอ้อระเหยที่ไหนเลย
สำหรับ ชัชวาลย์ขึ้นเหนือมาครองเขตบ้านแถวๆ หุบเขานางรำ ต่อเนื่องไปถึงแถวๆ ซับฟ้าผ่า สำนักงานเขตฯ สมกับชื่อที่ได้รับ — ดีไม่ดี ใครที่เคยเจอเสือโคร่งแถวๆ นี้ อาจจะได้พบกับชัชวาลย์กันบ้างแล้ว โดยไม่รู้ตัว
ชัชวาลย์ครองพื้นที่แทนอุทิศ อาจจะบอกแบบนั้นก็ได้ — ก็ได้ตัวเมียที่อยู่ก่อน ในจำนวนนั้นก็มีเอื้องอยู่ด้วย และอีกอย่างน้อย 2 ตัว จนถึงปี 2019 พร้อมกับความเปลี่ยนแปลงอันเป็นนิรันดร์ที่มีเสือโคร่งหนุ่มตัวใหม่เข้ามาเบียดแทน
++++++++++++
เรื่องเล่าของสี่พี่น้องแห่งเขาบันได ก็ขอจบลงเท่านี้ พร้อมกับข้อคิดว่า พื้นที่อนุรักษ์จะสมบูรณ์ดีพอจนเหมาะสำหรับผู้ปกป้องอย่างเสือโคร่ง ไม่จำเป็นต้องเป็นป่าดิบเวอร์จิ้นเท่านั้น ก็ทั้งป่าที่พ้นจากเขาบันไดออกไป หรือแม้แต่พื้นที่ต่อเนื่องมาจากเขานางรำ สำนักงานเขตฯ ก็ล้วนผ่านผู้คนมามากมาย เคยผ่านการทำไม้ด้วยซ้ำ
หากสิ่งเดียวที่มีร่วมกันก็คือ เจตจำนงแน่วแน่ร่วมกันที่จะฟื้นธรรมชาติ ให้กลับมา
และลงมือทำ
และทำได้




