‘วัน’ในความทรงจำ : เหยี่ยวถลาลม
6 ปีแล้วที่ “คนหน้าเก่า” ปกครอง
ถ้าคำว่า “ขอเวลาอีกไม่นาน” เป็นความสัตย์จริงก็คงจะไม่มี
“วันนี้” ที่ผู้คนพากันส่งเสียงอย่างพร้อมเพรียงว่า “เราจะไม่ทน”
“เสียง” บริสุทธิ์นั้นเริ่มจากลูกหลานซึ่งเป็นเด็กนักเรียน นิสิต นักศึกษาใน กทม. กระทั่ง “เราจะไม่ทน” ขยายวงลุกลามออกไปเกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศ
เราจะไม่ทน !
แต่ “คนหน้าเดิม” ยังคงทนและกำลังดิ้นรนหาทางยื้ออยู่ในอำนาจสืบไปให้นานเท่านาน
“ขอเวลาอีกไม่นาน” จึงเป็นคำลวง
“แมคคีอาเวลลี” สอนว่า ไม่มีใครที่ควรจะรักษาคำสัญญาในเมื่อการกระทำนั้นจะทำให้อำนาจของตนลดน้อยถอยลง หากแต่จะต้องรู้จักวิธี “พราง” ทำทีเป็นคนรักษาคำพูด มีความสัตย์
ผู้ปกครองของแมคคีอาเวลลี่จึง “ไม่รักษาข้อตกลง” และ “ปราศจากความสงสาร”
“ความหลอกลวง” กับ “ความโหดร้ายทารุณ” เป็น “เครื่องมือ” สำหรับการช่วงชิงและค้ำจุนอำนาจ !
การดำเนินงานทางการเมืองนับตั้งแต่รัฐประหาร 22 พ.ค.2557 มาจนถึง “วันนี้” จึงเป็น “ขบวน” เดียวกันนั่นคือ ขบวนการของระบอบ 3 ป.
มาถึง “วันนี้” ไม่มีอะไรที่จะต้องปกปิดหรือเขินอายกันอีกต่อไปแล้ว เปิดหน้า เปิดตัวเล่นกันอย่างเปิดเผยภายใต้ “รัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา”
นักเรียนนิสิตนักศึกษาตาสว่างและกล้าหาญกว่า จึงได้ลุกขึ้นมาประกาศว่า “เราจะไม่ทน” พร้อมเสนอข้อเรียกร้อง 1.ให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ 2.ให้ยุบสภา และ 3.ให้หยุดคุกคามประชาชน
เป็นข้อเสนอที่สร้างสรรค์และทันสมัย
แต่ด้วยวิสัยของเผด็จการย่อมมากไปด้วยเล่ห์กลและความโหดร้าย
การเคลื่อนไหวด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ของนักเรียนนิสิตนักศึกษาจะถูกฝ่ายที่เรียกตัวเองว่า “ความมั่นคง”
แทรกซึม ป้ายสี บ่อนทำลาย ด้วยการส่งสปายเข้าไปร่วมชุมนุมแล้วป่วนชูป้ายป่วน ใช้ข้อความที่บิดเบือน
เจตนารมณ์ หรือใส่ร้ายให้เกิดความเกลียดชัง
แผนใส่ร้ายป้ายสี แล้วส่งม็อบไปชนม็อบ บดขยี้ทำลายนักเรียนนิสิตนักศึกษานั้นง่ายดุจพลิกฝ่ามือ
เช่นเดียวกับประวัติศาสตร์วันที่ “ล้อมฆ่าเด็ก” เมื่อ 6 ตุลา 2519
“วันนั้น” น่าจะยังคงตรึงตราอยู่ในความทรงจำของหลายคน ซึ่ง “วันนี้” กลายเป็นคุณพ่อคุณแม่คุณลุงคุณป้าคุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย
วันคืนอันโหดร้ายเกิดขึ้นได้เสมอในบ้านเมืองเรา !?!!

