อยากจะเห็นเหมือนกันว่า แค่เด็กๆ รุ่นลูกหลานชุมนุมกันแล้วเรียกร้อง 1.ให้หยุดคุกคามประชาชน 2.ให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และ 3.ให้ยุบสภา เรื่องรัฐบาลนี้จะมีทีท่าลีลาอย่างไร
ที่ส่อสัญญาณ “เล่นแรง” ก็คือ มีขาประจำยุยงให้ถ่ายรูปผู้ชุมนุมส่งมาขึ้นบัญชีดำเพื่อจะเอาไปให้โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยตัดสิทธิให้ทุน หรือบริษัทไม่รับเข้าทำงาน
“หยุดคุกคาม” เป็นแค่ฝันลมๆ แล้งๆ
กลิ่นอายความรุนแรงเริ่มโชยมา
เมื่อปรากฏมี “มือป่วน” เข้าไปแทรกซึมในม็อบนักเรียนนิสิตนักศึกษาพร้อมกับชูป้ายใช้ข้อความที่เป็นภัย เพื่อให้ผู้คนทั่วไปเข้าใจว่า การชุมนุม “เราจะไม่ทน” หรือไม่เอารัฐบาลประยุทธ์นั้นมุ่งทำลายสถาบันสำคัญของชาติ
ในเวลาเดียวกันนั้นก็มีคำประกาศจาก “อาชีวะช่วยชาติ” นัดชุมนุมรวมพลรวมพลังปกป้องสถาบัน ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ถัดจากนั้นก็มีการประสานเสียงอย่างพร้อมเพรียงกันระหว่าง ประวิตร วงษ์สุวรรณ กับ ปณิธาน วัฒนายากร ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความมั่นคงว่า
“การชุมนุมต้องเป็นไปตามกฎหมาย” !
ความหมายคืออะไร
แค่การบังคับใช้ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ, พ.ร.บ.โรคติดต่อ และพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ใช่เรื่องชั่วร้าย และไม่มีโทษรุนแรง !
เทียบกับการปลอมตัวหรือแฝงตัวเข้าไปในที่ชุมนุม พร้อมกับชูป้ายด้วยข้อความเพื่อให้ผู้คนทั่วไปเข้าใจว่า นักเรียนนิสิตนักศึกษามุ่งทำลายสถาบันสำคัญของชาติ แล้วต่างกันสิ้นเชิง
ทำไมไม่จัดการกับตัวป่วน ตัวปลอม ที่ชูป้ายทำลายสถาบันสำคัญของชาติ !
นับตั้งแต่ 6 ตุลาคม 2519 เป็นต้นมา “แผนประทุษกรรม” ไม่เคยเปลี่ยน
ก่อนจะลงมือปราบ ต้องป้ายสี !
ผู้ต่อต้านอำนาจรัฐถ้าไม่ตายก็กลายเป็นอาชญากร
ก่อนการชุมนุมที่อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินของกลุ่มเยาวชนปลดแอกและสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) เมื่อวานนี้ “ข่าวสดออนไลน์” รายงานว่า “มีคำสั่ง” ถึงผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อรับทราบ และถึงผู้กำกับการ ฝอ.3 บก.อก.ตชด. เพื่อรับ
ปฏิบัติ
“ให้เตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอกและกลุ่มสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) เพื่อใช้เป็นที่ควบคุมตัวกลุ่มผู้ชุมนุม 100 คน และเป็นที่ควบคุมตัวแกนนำ 5 คน”
ไม่มีการเตรียมสถานที่ควบคุมตัวแกนนำและผู้ชุมนุมกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ !?!!

