ภัยเงียบในบ้าน! ช่วงหน้าฝนระวัง ‘เชื้อรา’ ผุด ก่อโรค ‘ภูมิแพ้-ปอดอักเสบ’

นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝน หลายคนอาจมองข้ามเชื้อราภายในบ้าน ทั้งที่เป็นปัญหาและก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจได้ เนื่องจากช่วงหน้าฝน จะมีความชื้นภายในอากาศ และทำให้ภายในบ้านมีความชื้นสูง ประกอบกับเมื่อฝนตกหนักอาจทำให้เกิดน้ำท่วมและน้ำขังในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงในบริเวณบ้าน และหากมีรูรั่วหรือรอยแตกของบ้าน อาจมีน้ำซึม น้ำรั่วไหลเข้าภายในบ้าน ทำให้ส่วนต่างๆ ของบ้านเปียกและอับชื้นเกิดเป็นแหล่งของเชื้อราได้

ขณะเดียวกันภายในบ้านที่เป็นแหล่งของเชื้อราที่ไม่ควรมองข้าม คือ ห้องน้ำ ห้องนอน และห้องครัว โดยห้องน้ำนั้น โดยเชื้อราจะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีความชื้น สามารถสังเกตเห็นได้ตั้งแต่สีดำ น้ำตาล เขียว แดง เหลือง และขาว พบได้เป็นกลุ่มๆ ในบริเวณที่มีความอับชื้น เช่น ฝ้าและผนัง เพดาน เฟอร์นิเจอร์ ใต้พรม เครื่องนอน เครื่องปรับอากาศ หากสปอร์ของเชื้อราเข้าสู่ร่างกายจะทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพต่างๆ ตามมา เช่น หากเข้าตาและจมูกจะทำให้เกิดการระคายเคือง มีอาการจาม น้ำมูกไหล มีไข้ บางรายก่อให้เกิดโรคหอบหืด ภูมิแพ้ และปอดอักเสบในที่สุด โดยกลุ่มที่ต้องระวังคือ ผู้สูงอายุ เด็กอ่อน เป็นต้น

13672534_740646162744256_1628821572_n

อย่างไรก็ตาม เชื้อราจะพบมากในห้องน้ำ เห็นจากกระเบื้อง ตามเหลี่ยมตามมุมจะพบเชื้อราสีดำ สีเขียวได้หมด ขณะเดียวกันแม้แต่แปรงสีฟัน ก็สามารถเจอเชื้อราได้ ถ้ามีความอับชื้นสะสมมากๆ รวมทั้งจุดอ่างน้ำ หรือผ้าม่านในห้องน้ำก็จะพบคราบเหล่านี้ได้ รวมถึงเมื่อ เราอาบน้ำ พวกคราบสบู่ และยังมีพวกคราบไคลจากผิวหนังของเรากันเอง กระเด็นติดแน่นตามผนัง พวกนี้เป็นอาหารของเชื้อรา รวมถึงห้องครัวก็ต้องระมัดระวัง หมั่นทำความสะอาด อย่าให้มีความอับชื้นทิ้งไว้ ส่วนห้องนอน ควรหมั่นนำเครื่องนอนตากแดด หรือผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนไปซักและตากแดดให้ทั่วถึง

“คนที่อยู่ในห้องแคบๆ หรือผู้สูงอายุบางท่านอยู่ในห้องพื้นที่แคบๆ หรือเป็นผู้ป่วยติดเตียง จะมีโอกาสเกิดภูมิแพ้ หรืออาจก่อให้เกิดปอดอักเสบได้ เพราะไม่มีโอกาสรับอากาศจากภายนอกมากนัก ส่วนสปอร์รา ที่กระจายไปในในสิ่งแวดล้อม จนหลายคนกังวลว่าจะเข้าสู่เครื่องปรับอากาศ และก่อปัญหาตามมานั้น ก็มีส่วน แต่ไม่ใช่ทั้งหมด จะเป็นพวกเชื้อไวรัสร่วมด้วย ซึ่งหมั่นทำความสะอาดแอร์ก็จะช่วยได้ ซึ่งจุดนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งให้เกิดปอดอักเสบได้ แต่ปอดอักเสบก็มีหลายปัจจัย แม้แต่ฝุ่นละอองเล็กๆก็ก่อโรคได้” นพ.ดนัย กล่าว

ดังนั้น ประชาชนต้องจัดการสิ่งแวดล้อมภายในบ้านให้ถูกสุขลักษณะ เป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาด มีการระบายอากาศที่ดีและมีแสงสว่างจากธรรมชาติส่องเข้าถึงภายในบ้าน เพื่อลดความชื้น ลดฝุ่นละออง ลดแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคภายในบ้าน และลดโอกาสของการเกิดโรคภูมิแพ้ เช่น ห้องนอน ต้องมีอากาศถ่ายเทได้สะดวกโดยเริ่มตั้งแต่เปิดประตู หน้าต่าง และควรเปิดรับแสงสว่างจากธรรมชาติเป็นประจำ ห้ามเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศขณะทำความสะอาดบ้านหรือขณะกำจัดเชื้อราเพราะจะทำให้สปอร์เชื้อราฟุ้งกระจาย

13840619_740646166077589_570525929_o

ทั้งนี้ สามารถเช็ดทำความสะอาดบ้านเรือนที่ปนเปื้อนเชื้อราได้ 3 ขั้นตอน คือ
1. พื้นผิววัสดุที่พบเชื้อราให้ใช้กระดาษทิชชูแผ่นหนาและขนาดใหญ่ หรือกระดาษหนังสือพิมพ์พรมน้ำให้เปียกเล็กน้อย เช็ดพื้นผิวไปในทางเดียว แล้วนำกระดาษทิชชูหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ดังกล่าวทิ้งลงในถังขยะที่ปิดมิดชิด 2. ใช้กระดาษทิชชูแผ่นหนาและขนาดใหญ่ หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ชุบลงในน้ำผสมกับสบู่หรือน้ำยาล้างจาน เช็ดซ้ำในจุดที่มีเชื้อราอีกครั้ง และ3. ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อรา เช่น น้ำส้มสายชู 5–7 เปอร์เซ็นต์ หรือแอลกอฮอล์ความเข้มข้น 60-90 เปอร์เซ็นต์ เช็ดทำความสะอาดเพื่อเป็นการทำลายเชื้อในขั้นตอนสุดท้าย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon