เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ห้องประชุมศรียานนท์ ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ต.ร. ต่อมาเวลา 11.00 น.พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. ต่อ ภายหลังการประชุมพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้เน้นย้ำเรื่องของการบังคับใช้กฏหมายทางด้านเทคโนโลยี เพื่อปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับองค์กร เนื่องจากปัจจุปันมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก เมื่อเปรียบเทียบช่วงนี้กับเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ยอมรับว่าหลายเรื่องก็เป็นปัญหาจึงได้เน้นย้ำให้ตำรวจทำหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ บังคับใช้กฏหมายเกิดความชอบธรรม หากพบว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมายก็ต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนเพราะกฎหมายเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างเกิดความเรียบร้อยเพื่อคนในชาติ ทั้งนี้ได้เน้นย้ำและกำชับให้ตำรวจดูแลเรื่องของการชุมนุมต่างๆ ให้อยู่ในกรอบของกฏหมายด้วย

ด้านพล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษกตร. กล่าวว่า สำหรับกองบัญชาการใหม่ ใช้ชื่อว่า กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. ซึ่งป็นการเอางานเดิมที่เคยมีอยู่ในบก.ปอท.ประมาณร้อยละ 70 ถึง 80 มาอยู่ในบช.ใหม่ และการสืบสวนสอบสวนคดีเกี่ยวกับเทคโนโลยี ออนไลน์ ต่างๆ ที่ตามบก.สส.ภาคต่างๆ ก็ให้มาอยู่รวมในบช.นี้ ส่วนการตรวจสอบแหล่งที่มาของการกระทำผิดกฎหมายของสื่อออนไลน์ต่างๆ ซึ่งเคยอยู่ในสำนักงานเทคโนโลยีสารทนเทศ ก็ให้มาอยู่ในบช.นี้ โดยสรุปบช.สอท. จะเป็นบช.บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีโดยภาพรวมของประเทศ ส่วนหน่วยสำนักงานเทคโนโลยีและการสื่อสาร ที่มีอยู่เดิม จะเป็นหน่วยงานฝ่ายอำนวยการ ดูแลระบบ crime ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ ดูแลระบบการเชื่อมโยงข้อมูลฝ่ายบริหาร ส่วนบก.ปอท.จะรับภารกิจของบช.ก.ในงานความมั่นคงและกิจการพิเศษ เป็นหลัก
ขั้นตอนในการประชุมครั้งนี้เป็นเรื่องของตำแหน่ง โดยตำแหน่งที่ต่ำว่าพล.ต.ต.ลงไป ก.ตร.อนุมัติให้มี 1,989 อัตรา เป็นการตัดโอนจากหน่วยงานต่างๆ อีก 11 ตำแหน่ง ตั้งแต่ตำแหน่งผบก.ขึ้นไป จะประกอบด้วย ผบก.7 คน รอง ผบช. 3 คน และ ผบช.1 คน ซึ่งตามกฎหมาย เมื่อก.ตร.อนุมัติ ต้องให้ก.ต.ช.เห็นชอบก่อน ดังนั้นการประชุมก.ต.ช.ในวันนี้ มีมติเห็นชอบครบในเรื่องของตำแหน่ง และที่ผ่านมาครม.มีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา การจัดต้องบช.ใหม่ ดังนั้นในช่วงบ่ายวันนี้ผบ.ตร.ได้มอบหมายให้ รอง ผบ.ตร.และตน เข้าไปชี้แจงที่กฤษฎีกา เมื่อกระบวนขั้นตอนของกฎหมายผ่าน คาดว่าภายใน 1 เดือนต่อจากนี้ จะสามารถแต่งตั้งบุคลากรไปลงในตำแหน่งนั้นได้ โดยนายกรัฐมนตรี มีนโยบายว่า ให้เน้นแต่งตั้งบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถโดยตรง ด้านการสืบสวน สอบสวน คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ไม่จำเป็นต้องแต่งตั้งให้ครบคน เน้นการแต่งตั้งเป็นระยะตามความเหมาะสมของงาน

