ผู้ใหญ่บ้านชี้ ‘จารุชาติ’ ไปมาไม่เป็นหลักแหล่ง พ่อบุญธรรมไม่รู้ ลูกชายไปเป็นพยานบอส

31.07.20 | 17:58 น.

ผู้ใหญ่บ้านชี้ ‘จารุชาติ’ ไปมาไม่เป็นหลักแหล่ง พ่อบุญธรรมไม่รู้ ลูกชายไปเป็นพยานบอส

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านวังชมภู หมู่ 15 ต.ม่วงคำ อ.พาน จ.เชียงราย ชาวบ้านและญาติของนายจารุชาติ มาดทอง อายุ 40 ปีพยานปากเอกในคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอสขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ได้จัดพิธีกรรมทางศาสนาพุทธเพื่อบำเพ็ญส่วนกุศลไปถึงนายจารุชาติที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันพื้นที่ จ.เชียงใหม่ โดยล่าสุดพบว่าญาติสามารถหารูปภาพของนายจารุชาติเพื่อนำมาไว้ประกอบพิธีได้แล้ว โดยเป็นภาพขณะสวมใส่ชุดพื้นเมืองสีน้ำเงินแขนยาวและได้นำไปขยายพร้อมใส่กรอบเพื่อนำไปประกอบพิธีได้ ขณะที่มีชาวบ้านและญาติมิตรคนรู้จักไปช่วยในงานอย่างต่อเนื่องและจะมีพิธีสวดอภิธรรมทุกคืนจนถึงวันฌาปนกิจศพวันที่ 2 ส.ค.นี้ ณ ฌาปนสถานบ้านร่องบอน หมู่ 12 ต.ม่วงคำ ต่อไป

นายเกษม เชื้อเมืองพาน ผู้ใหญ่บ้านวังชมภู กล่าวว่าต้องยอมรับว่าเรื่องราวของนายจารุชาตินั้นมีผู้ที่ทราบเรื่องราวของเขาน้อย เพราะได้ออกจากบ้านไปทำงานตั้งแต่ยังเยาว์วัย และนานครั้งจึงจะกลับบ้าน โดยในปีนี้ตนก็ไม่เคยพบเห็นเลยกระทั่งมาทราบว่าเสียชีวิต แต่ก่อนหน้าจะเสียชีวิตนั้น ทราบว่าเขาไปทำงานที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อขับรถให้กับคนที่เขาเรียกกันว่า “นาย” คนหนึ่งแต่ตนก็ไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดและไม่ทราบว่าช่วงที่ไปกรุงเทพฯ ได้ไปทำงานขับรถในลักษณะเดียวกันหรือไม่ กระนั้นทราบว่าเขาเป็นคนชอบขับรถจึงอาจจะทำงานดังกล่าวอยู่แต่เนื่องจากไม่ค่อยได้อยู่ภูมิลำเนาและยังเป็นคนหนุ่มแน่น จึงไม่ได้พูดคุยหรือสอบถามรายละเอียดลูกบ้านรายนี้มากนักจนเขามาเสียชีวิตแล้วดังกล่าว ซึ่งการที่เรื่องราวของนายจารุชาติ มีคนรู้น้อยทำให้ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นพยานคดีบอส กระทิงแดงจริงหรือไม่ แต่เท่าที่ทราบชื่อและนามสกุลนี้ก็มีเพียงคนเดียว


วันเดียวกันนายสมาน วังมูล อายุ 65 ปี บิดาบุญธรรม ของนายจารุชาติได้เดินทางไปยื่นเอกสารเพื่อจะแจ้งการเสียชีวิต ณ ที่ว่าการ อ.พาน ซึ่งเมื่อญาติมิตรถามถึงอกสารของผู้ตาย ก็ปรากฏว่าแทบจะไม่มีเอกสารหรือภาพถ่ายใดๆ ของนายจารุชาติ เหลืออยู่เลยโดยมีเพียงสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของนายจารุชาติ ซึ่งรูปภาพภายในบัตรก็ดำจนไม่เห็นภาพบุคคล กระนั้นนายสมานก็รีบเดินทางไปแจ้งเจ้าหน้าที่ เพราะวันถัดไปจะตรงกับวันเสาร์และอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดราชการพอดีด้วย

Advertisement

นายสมาน กล่าวว่าตนจำไม่ได้ชัดเจนว่า นายจารุชาติไปทำงานที่กรุงเทพฯ หรือต่างประเทศปีไหนกันแน่ เพราะระยะเวลาผ่านมาหลายปี แต่จำเลาๆ ได้ว่าเคยไปทำงานที่กรุงเทพฯ และในปี 2553-2554 ไปทำงานอยู่ที่ไต้หวัน จากนั้นก็ไปทำงานต่อที่กรุงเทพฯ โดยเดิมคาดว่าจะไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ แต่ก็ไม่ได้ไปกระทั่งมาเสียชีวิตที่ จ.เชียงใหม่ เสียก่อนดังกล่าวส่วนเรื่องราวการทำงาน นายจ้างและการไปเป็นพยานในคดีใดๆ นั้นพวกตนไม่เคยทราบเรื่องมาก่อน