นางสาวชนากานต์ สันตยานนท์ ที่ปรึกษาอาวุโส โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า จากการดำเนินโครงการ “การยกระดับและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการด้านสินค้าผักและผลไม้เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ AEC ด้วย ThaiGAP” ของ สวทช.ที่ได้ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พบปัญหาอุปสรรคคือ ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับผักและผลไม้ส่วนใหญ่ เป็นองค์กรที่มีขนาดเล็กหรือเป็นลูกค้ารายย่อยที่ขาดศักยภาพทางด้านการแข่งขัน และการพัฒนาเทคโนโลยีขององค์กร เนื่องจากขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้และความสามารถเฉพาะทาง
นอกจากนี้ยังขาดแคลนเงินทุนที่จะใช้ในการพัฒนาคุณภาพสินค้า และยกระดับมาตรฐานสินค้าตามข้อกำหนดและมาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐาน GlobalGAP (ส่งออกต่างประเทศ) ซึ่งมีข้อกำหนด 26 ข้อใหญ่ 234 ข้อย่อย และมาตรฐาน ThaiGAP (ระดับสูงสำหรับในประเทศ) ที่มีข้อกำหนด 17 ข้อใหญ่ 167 ข้อย่อย จากข้อจำกัดดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับผักและผลไม้มีความพร้อมที่จะขอรับการสนับสนุนเพื่อดำเนินโครงการดังกล่าวจำนวนน้อย
“ดังนั้น คณะทำงานจึงริเริ่มโครงการ การพัฒนาระบบการผลิตที่ปลอดภัยตามมาตรฐาน (Primary ThaiGAP ) ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับพื้นฐานสำหรับในประเทศ ที่มีข้อกำหนดไม่มากจนเกินไป มีข้อกำหนด 6 ข้อใหญ่ 24 ข้อย่อย เน้นเฉพาะระบบความปลอดภัยในการผลิต เพื่อทำให้เกษตรกรเข้าใจง่าย และสามารถนำไปปฏิบัติได้ถูกต้อง อันจะเป็นการสอดรับกับวัตถุประสงค์ของโปรแกรม ITAP สวทช. ที่จะให้การสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ในการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันและยกระดับมาตรฐานการทำงาน รวมถึงเทคโนโลยีการผลิต ให้เท่าทันสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแข่งขันรุนแรงในตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)”นางสาวชนากานต์กล่าว
ที่ปรึกษาอาวุโส ITAP กล่าวอีกว่ โครงการพัฒนาระบบการผลิตที่ปลอดภัยตามมาตรฐาน Primary ThaiGAP มีระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมาจนถึง 30 มิถุนายน 2560 ใช้งบประมาณ 7ล้านบาท โดยจะขยายการทำงานจากส่วนกลางไปสู่ภูมิภาค เพื่อยกระดับและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผักและผลไม้ไทยในหลายส่วน พร้อมขยายผลในเรื่องการเพิ่มทักษะแก่กลุ่มเกษตรกรดังกล่าวให้เป็นที่ปรึกษาฟาร์ม และผู้ตรวจประเมินภายในฟาร์มตามมาตรฐาน Primary ThaiGAP ด้วย ซึ่งการอบรมเชิงปฏิบัติการเริ่มต้นที่ จ.สกลนคร เป็นแห่งแรก ก่อนจะดำเนินต่อไปอีก 4 แห่งที่ จ.พิษณุโลก จ.สุราษฎร์ธานี จ.เชียงราย และจ.จันทบุรี พร้อมตั้งเป้าหมายมีกลุ่มเกษตรกรได้รับรองมาตรฐาน Primary ThaiGAP 40 รายทั่วประเทศ และจะมีการนำเสนอผลงานผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรองมาตรฐาน Primary ThaiGAP ในงานแสดงอาหารระดับนานาชาติ THAIFEX 2017 ต่อไป
ด้าน นายเศกสรร ชนาวิโชติ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดสกลนคร กล่าวว่า โครงการนี้เกษตรกรสามารถปลูกพืชผลเกษตรตัวใดตัวหนึ่งขึ้นมา แล้วเข้าร่วมในการจัดทำมาตรฐาน จะทำให้มีตลาดใหม่ๆ ที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเกษตรกรจะได้รับผลประโยชน์ดังกล่าว
รวมทั้งปัจจุบันสกลนครกำลังผลักดันยุทธศาสตร์จังหวัดที่มุ่งเน้นในการเป็นเมืองสินค้าเกษตรปลอดภัย อาหารปลอดภัย ดังนั้นการนำมาตรฐานของ ThaiGAP หรือ Primary ThaiGAP เข้ามา จะช่วยสนับสนุนในการเป็นเมืองเกษตรปลอดภัยของจังหวัดได้อีกทางหนึ่งด้วย

