ชาวบ้านรับผลกระทบโควิด-19 ปีติฟาร์มตัวอย่างฯ “สมเด็จพระพันปีหลวง” สร้างอาชีพ

6.08.20 | 16:07 น.
ชาวบ้านรับผลกระทบโควิด-19 ปีติฟาร์มตัวอย่างฯ “สมเด็จพระพันปีหลวง” สร้างอาชีพ เลี้ยงครอบครัว

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับผู้เข้าร่วมการจ้างงานในโครงการฟาร์มตัวอย่างต้านภัยโควิด–19 หลังเสร็จสิ้นโครงการในระยะที่ 1 ณ โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (บ้านบ่อหวี) หมู่ที่ 4 ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชทานพื้นที่ฟาร์มตัวอย่างให้ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน (ศอญ.) ร่วมกับกระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินกิจกรรมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านอาชีพตาม โครงการฟาร์มตัวอย่างต้านภัยโควิด–19 การลงพื้นที่ในวันนี้เพื่อติดตามว่าผู้เข้าร่วมโครงการแต่ละคนได้นำความรู้ผลที่ได้รับจากวิทยากรที่ไดสอนด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ไปต่อยอดในการประกอบอาชีพที่บ้านของตนเอง ครอบครัว และขยายผลในชุมชนอย่างไรบ้าง

“สำหรับภาพรวมของโครงการฟาร์มตัวอย่างต้านภัยโควิด-19 ทั่วประเทศ ศอญ.ร่วมกับ กระทรวงแรงงาน จัดทำโครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านอาชีพ ตามโครงการฟาร์มตัวอย่างต้านภัยโควิด – 19 เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนรายได้ของประชาชนช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 โดยมีการจ้างงานปรับปรุงพื้นที่ ขุดลอกคูคลอง การปลูกผัก ทำปุ๋ย เพื่อทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ในพื้นที่ 17 จังหวัด 30 ฟาร์มตัวอย่าง ระยะเวลา 60 วัน ภายใต้งบประมาณ 19.8 ล้านบาท มีผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 1,101 คน ในส่วนของ จ.ราชบุรี มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ ในระยะที่ 2 จำนวน 47 คน ในจำนวนนี้เคยสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ในระยะที่ 1 มาแล้ว 32 คน” นางเธียรรัตน์ กล่าว

ด้าน น.ส.สายบัว บุญกล้า หรือ บัว อายุ 35 ปี เดิมมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จึงสมัครเข้าร่วมโครงการฟาร์มตัวอย่างมาตั้งแต่ระยะแรก และสมัครต่อในระยะที่ 2 ซึ่งได้รับความรู้ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ มีวิทยากรมาสอนตั้งแต่การปรับปรุงดิน การปลูกผักสวนครัวโดยไม่ใช้สารเคมี ซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพของตัวเราเองและสมาชิกในครอบครัว นอกจากนี้ ยังได้ทำกินเองในครอบครัว ลดรายจ่าย ซึ่งเมื่อมาทำด้วยตนเอง รู้สึกว่าไม่ได้ยากอย่างที่คิด อยากขอบคุณแม่หลวงของแผ่นดิน ที่ให้โอกาสชาวบ้านได้มีความรู้ มีรายได้ นำไปประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน

Advertisement

ขณะที่ นางลัดดาวัล ทุ้บะ หรือ วัล อายุ 45 ปี เดิมเคยทำงานเป็นแม่บ้านรีสอร์ท จากผลกระทบโควิด-19 จึงสมัครเข้าร่วมโครงการฟาร์มตัวอย่างตั้งแต่ระยะที่ 1 และต่อในระยะที่ 2 และคิดว่าจะต่อในระยะที่ 3 อนาคตคิดว่าจะนำความรู้ไปต่อยอดในการรวมกลุ่มในชุมชนทำเค้กกล้วยหอม เพราะที่ฟาร์มได้สอนให้ทำกล้วยม้วน เค้กกล้วยน้ำว้า ทำน้ำยาอเนกประสงค์ และสบู่ที่จากสมุนไพร

น.ส.อำไพ ทรงกฤษณ์ หรือ น้ำ อายุ 33 ปี เดิมเคยเป็นลูกจ้างโฮมสเตย์ และทำสวนผลไม้มาก่อน จากพิษโควิด-19 ได้มาสมัครเข้าร่วมโครงการฟาร์ม ได้นำความรู้ไปทำต่อที่บ้านมีที่ดินอยู่เกือบไร่ คิดว่าจะกลับไปปลูกกล้วย ผักสวนครัว เช่น ข่า ตะไคร้ พริก มะเขือ ซึ่งปัจจุบันก็เลี้ยงไก่ชนอยู่แล้ว และจะเลี้ยงไก่ไข่เพิ่มเติม เพราะได้สั่งพันธุ์ไก่ไข่จากกรมปศุสัตว์แล้ว รู้สึกดีใจที่ได้มาทำงานที่ฟาร์ม ขอบคุณแม่หลวงของแผ่นดินที่ทำให้มีโครงการดีๆ ช่วยส่งเสริมอาชีพ ให้ชาวบ้านมีงานทำ มีกินมีใช้