|
เกษตรกรริมฝั่งน้ำโขงได้เฮ หลังพลิกวิกฤติริมน้ำโขงปลูกหัวหอม โอกาสทองราคาพุ่ง พ่อค้า สั่งออเดอร์ไม่อั้น สภาพอากาศเอื้อหนาวเย็นผลผลิตงาม โกยเงินสะพัดไร่ละแสน บางรายขยันทำเงินปีละนับล้าน หลังขาดทุนราคาตกร่วม 2 ปี นายก อบต.ดงขวาง เปิดเผย เป็นพืชเศรษฐกิจทำเงินสะพัด หน้าแล้งปีละเกือบ 100 ล้านบาท เล็งส่งเสริมปลูกสร้างรายได้เสริม ![]()
แต่สำหรับเกษตรกรปลูกหัวหอม หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า หอมแบ่ง ในปีนี้ถือเป็นปีทอง หลังจากประสบปัญหาขาดทุนจากราคาหอมตกต่ำมาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่ปีนี้ส่งผลให้ราคาหัวหอมพุ่งสูง เนื่องจากหลายพื้นที่ประสบภัยแล้ง ไม่สามารถปลูกได้ ทำให้ปีนี้ มีพ่อค้า แม่ค้า จากต่างจังหวัด มารับซื้อสั่งออเดอร์ไม่อั้น ซึ่งมีผลิตแบ่งเป็น 2 ประเภท คือต้นหอมสด ใช้เวลาปลูกประมาณ 45 วันสามารถเก็บผลผลิตขายได้ ในราคากิโลกรัมละ ประมาณ 40 -45 บาท และหอมหัวนำไปเป็นพันธุ์ปลูก ใช้เวลาปลูกประมาณ 60 -70 วัน สามารถเก็บผลิตขายได้ กิโลกรัมละ ประมาณ 60 -70 บาท โดยเฉลี่ยจะสามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณไร่ละ 2 -3 ตัน สามารถขายได้ประมาณไร่ละไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท ส่วนต้นทุนประมาณไร่ละ 20,000 บาท ทำให้ปีนี้เกษตรกรมีรายได้เงินหมุนเวียนสะพัด บางรายมีพื้นที่ปลูกมาก ทำเงินได้ปีละเป็นล้านบาท ทุกปีในพื้นที่ 3 ตำบล มี ต.ดงขวาง ต.บ้านกลาง อ.เมือง และ ต.แสนพัน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จะมีพื้นที่ปลูกไม่ต่ำกว่า 10,000 ไร่ สร้างเงินหมุนเวียนสะพัดปีละเกือบ 100 ล้านบาท ![]()
แต่ปีนี้ถือว่าเป็นโอกาสดี เนื่องจากพื้นที่อื่นแล้งไม่สามารถปลูกได้ ทำให้มีออเดอร์รับซื้อไม่อั้น ส่งผลราคาดีมาก ตกกิโลกรัมละประมาณ 40 -60 บาท แล้วแต่ชนิด มี 2 ประเภท คือหัวหอมสด เก็บผลผลิตต้นสดขายสู่ตลาด ส่วนอีกประเภทจะเก็บหัวนำไปขาย เพื่อขยายทำพันธุ์ปลูก ราคาจะต่างกันไม่มาก หอมสดประมาณกิโลกรัมละ 35 -40 บาท หอมพันธุ์ ประมาณ 60 -70 บาท ใช้เวลาปลูกประมาณ 3 -4 เดือน สามารถขายได้ การดูแลง่าย ยิ่งปีนี้อากาศดี หนาวเย็น ยิ่งทำให้ต้นหอมสวยโตเร็ว บางรายขยันมีพื้นที่ปลุกมาก ทำเงินไร่ละเป็นแสน ปีละเป็นล้านบาท และถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่ทำเงินให้เกษตรกรมีรายได้เสริมหน้าแล้งเป็นอย่างดี โดยทาง อบต.ดงขวาง ได้เข้าไปดูแลส่งเสริม ให้ความรู้เรื่องการขยายพันธ์ รวมถึงพัฒนาระบบชลประทานสร้างระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ผันน้ำโขง ให้สามารถปลูกได้ผลผลิตในคุณภาพที่ดี ไม่ขาดน้ำ และมีผลผลิตต่อไร่สูง งดการใช้สารเคมี ปลอดสารพิษ เพื่อเป็นที่ต้องการของตลาด รวมไปถึงการวางแผนการตลาด แกไขปัญหาไม่ให้เกิดปัญหาล้นตลาด ให้สามารถระบายสู่ตลาดได้มากที่สุด พร้อมประเมินสถานการณ์ด้านการตลาด ไม่ให้มีปัญหาขาดทุน ซึ่งในอนาคตจะมีการพัฒนาส่งเสริมขยายให้ชาวบ้านหันมาปลูกสร้างรายได้หน้าแล้งมากขึ้น เพราะถึงจะมีความเสี่ยงบ้านเรื่องราคา แต่ถือเป็นพืชเศรษฐกิจต้นทุนต่ำ และดูแลง่าย มีตลาดรองรับดีกว่าพืชการเกษตรชนิดอื่น ซึ่งทุกปีจะมีเงินหมุนเวียนสะพัดในพื้นที่ปีละเกือบ 100 ล้านบาท |



