หน้าแรก ในประเทศ เมินแล้ง เกษต...

เมินแล้ง เกษตรกรริมโขงเฮ พลิกวิกฤติ ปลูกหอมโกยเงินเป็นล้าน ออเดอร์เพียบ

14.01.16 | 10:49 น.

เกษตรกรริมฝั่งน้ำโขงได้เฮ หลังพลิกวิกฤติริมน้ำโขงปลูกหัวหอม โอกาสทองราคาพุ่ง พ่อค้า สั่งออเดอร์ไม่อั้น สภาพอากาศเอื้อหนาวเย็นผลผลิตงาม   โกยเงินสะพัดไร่ละแสน  บางรายขยันทำเงินปีละนับล้าน  หลังขาดทุนราคาตกร่วม 2 ปี นายก อบต.ดงขวาง เปิดเผย เป็นพืชเศรษฐกิจทำเงินสะพัด หน้าแล้งปีละเกือบ 100 ล้านบาท   เล็งส่งเสริมปลูกสร้างรายได้เสริม

https://www.matichon.co.th/online/2016/01/14527431021452743119l.jpg


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2559  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม  ถึงแม้สถานการณ์ภัยแล้งจะมีความเสี่ยงจากผลกระทบขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร  แต่สำหรับพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง เขต ต.บ้านกลาง ต.ดงขวาง อ.เมือง และ ต.แสนพัน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม  ยังถือเป็นพื้นที่ทำเลทอง เนื่องจากติดกับริมฝั่งแม่น้ำโขง  ทำให้มีน้ำเพียงพอจากระบบชลประทานองค์การบริหารส่วนตำบลดงขวาง ที่วางระบบผันน้ำโขงสู่พื้นที่การเกษตร ทำให้เกษตรกรในพื้นที่สามารถทำการเกษตรสร้างรายได้เสริมในช่วงหน้าแล้ง หลังฤดูการทำนาปี  ถึงแม้หลายพื้นที่จะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ

แต่สำหรับเกษตรกรปลูกหัวหอม หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า หอมแบ่ง ในปีนี้ถือเป็นปีทอง หลังจากประสบปัญหาขาดทุนจากราคาหอมตกต่ำมาในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่ปีนี้ส่งผลให้ราคาหัวหอมพุ่งสูง เนื่องจากหลายพื้นที่ประสบภัยแล้ง ไม่สามารถปลูกได้  ทำให้ปีนี้ มีพ่อค้า แม่ค้า จากต่างจังหวัด มารับซื้อสั่งออเดอร์ไม่อั้น  ซึ่งมีผลิตแบ่งเป็น 2 ประเภท คือต้นหอมสด ใช้เวลาปลูกประมาณ 45 วันสามารถเก็บผลผลิตขายได้ ในราคากิโลกรัมละ ประมาณ 40 -45 บาท และหอมหัวนำไปเป็นพันธุ์ปลูก  ใช้เวลาปลูกประมาณ 60 -70 วัน

สามารถเก็บผลิตขายได้ กิโลกรัมละ ประมาณ 60 -70 บาท  โดยเฉลี่ยจะสามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณไร่ละ 2 -3 ตัน  สามารถขายได้ประมาณไร่ละไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท  ส่วนต้นทุนประมาณไร่ละ 20,000 บาท  ทำให้ปีนี้เกษตรกรมีรายได้เงินหมุนเวียนสะพัด บางรายมีพื้นที่ปลูกมาก ทำเงินได้ปีละเป็นล้านบาท  ทุกปีในพื้นที่ 3 ตำบล มี ต.ดงขวาง ต.บ้านกลาง อ.เมือง และ ต.แสนพัน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จะมีพื้นที่ปลูกไม่ต่ำกว่า 10,000 ไร่  สร้างเงินหมุนเวียนสะพัดปีละเกือบ 100  ล้านบาท

Advertisement


ด้านนายสมหวาน  ลาวงษ์  นายก อบต.ดงขวาง อ.เมือง จ.นครพนม  เปิดเผยว่า  ทุกปีพื้นที่ ต.ดงขวาง อ.เมือง จ.นครพนม จะมีเกษตรกรพลิกวิกฤติพื้นที่ริมน้ำโขง และหาดทรายกลางน้ำโขง หลังน้ำโขงลด ทำการเกษตรปลูกหัวหอม พันธุ์ลับแล  ประมาณกว่า 2,000 ไร่ ซึ่งทำมานานหลาย 10 ปี รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงในพื้นที่ ต.บ้านกลาลง อ.เมือง และ ต.แสนพันธุ์ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม มีการเพาะปลุก มากถึง 10,000 ไร่ เพราะเป็นทำเลทอง มีสภาพดินตะกอนแม่น้ำโขง เหมาะแก่การเพาะปลูก ได้ผลผลิตดี ไม่สิ้นเปลืองปุ๋ย  และมีระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้าผันน้ำโขงได้ตลอดหน้าแล้ง  ถึงแม้บางปีจะมีความเสี่ยงต่อการขาดทุนจากราคาตกต่ำ แต่จะน้อยมาก  ซึ่งในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เจอวิกฤติราคาตกต่ำ

แต่ปีนี้ถือว่าเป็นโอกาสดี เนื่องจากพื้นที่อื่นแล้งไม่สามารถปลูกได้ ทำให้มีออเดอร์รับซื้อไม่อั้น ส่งผลราคาดีมาก ตกกิโลกรัมละประมาณ 40 -60 บาท แล้วแต่ชนิด มี 2 ประเภท คือหัวหอมสด เก็บผลผลิตต้นสดขายสู่ตลาด ส่วนอีกประเภทจะเก็บหัวนำไปขาย เพื่อขยายทำพันธุ์ปลูก ราคาจะต่างกันไม่มาก หอมสดประมาณกิโลกรัมละ 35 -40 บาท หอมพันธุ์ ประมาณ 60 -70 บาท  ใช้เวลาปลูกประมาณ 3 -4 เดือน สามารถขายได้ การดูแลง่าย ยิ่งปีนี้อากาศดี หนาวเย็น ยิ่งทำให้ต้นหอมสวยโตเร็ว  บางรายขยันมีพื้นที่ปลุกมาก ทำเงินไร่ละเป็นแสน ปีละเป็นล้านบาท

และถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่ทำเงินให้เกษตรกรมีรายได้เสริมหน้าแล้งเป็นอย่างดี โดยทาง อบต.ดงขวาง  ได้เข้าไปดูแลส่งเสริม ให้ความรู้เรื่องการขยายพันธ์ รวมถึงพัฒนาระบบชลประทานสร้างระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ผันน้ำโขง  ให้สามารถปลูกได้ผลผลิตในคุณภาพที่ดี ไม่ขาดน้ำ และมีผลผลิตต่อไร่สูง  งดการใช้สารเคมี  ปลอดสารพิษ  เพื่อเป็นที่ต้องการของตลาด รวมไปถึงการวางแผนการตลาด แกไขปัญหาไม่ให้เกิดปัญหาล้นตลาด ให้สามารถระบายสู่ตลาดได้มากที่สุด  พร้อมประเมินสถานการณ์ด้านการตลาด ไม่ให้มีปัญหาขาดทุน

ซึ่งในอนาคตจะมีการพัฒนาส่งเสริมขยายให้ชาวบ้านหันมาปลูกสร้างรายได้หน้าแล้งมากขึ้น  เพราะถึงจะมีความเสี่ยงบ้านเรื่องราคา แต่ถือเป็นพืชเศรษฐกิจต้นทุนต่ำ และดูแลง่าย มีตลาดรองรับดีกว่าพืชการเกษตรชนิดอื่น ซึ่งทุกปีจะมีเงินหมุนเวียนสะพัดในพื้นที่ปีละเกือบ 100 ล้านบาท