‘รมว.เฮ้ง’ ห่วงแรงงานไทย ไม่หวั่นโควิด บินเก็บผลไม้ป่าฟินแลนด์ 2 พันคน

“เสี่ยเฮ้ง” ห่วงแรงงานไทยไม่หวั่น “โควิด-19” ขอไปเก็บผลไม้ป่าที่ฟินแลนด์กว่า 2 พันคน ย้ำสมัครสมาชิกกองทุนคนหางานฯ

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ให้ความสำคัญกับการส่งแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ซึ่งในการส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศนั้น จะดำเนินการโดยยึดหลักความปลอดภัยของแรงงานไทยเป็นสำคัญ

“ กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญกับการส่งแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ โดยจะจัดส่งไปอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และได้รับการคุ้มครอง ซึ่งขณะนี้นับเป็นช่วงนาทีทองของแรงงานไทย และที่ผ่านมา มีหลายประเทศแสดงความสนใจแรงงานไทย เพราะ มีวินัยในการทำงานและมีทักษะฝีมือดี ประกอบกับประเทศไทยมีการบริหารจัดการเรื่องการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศฟินแลนด์ ที่ขอให้แรงงานไทยกลับไปทำงาน โดยพบว่า เพียงครึ่งเดือนสิงหาคม 2563 มีแรงงานไทยเดินทางผ่านด่านตรวจคนหางานสุวรรณภูมิ ไปทำงานเก็บผลไม้ป่าที่ฟินแลนด์ แล้วทั้งหมด 2,138 คน ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย 1,898 คน เพศหญิง 240 คน และทั้งหมด เป็นการแจ้งการเดินทางด้วยตนเอง” นายสุชาติ กล่าว

อย่างไรก็ดี นายสุชาติ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานได้ดำเนินการตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์โรคติดเชื้นไวรัสโคโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) อย่างเคร่งครัด มีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนไปทำงานที่ฟินแลนด์และก่อนเดินทางกลับประเทศไทย และจัดทีมควบคุมทางสาธารณสุข เดินทางพร้อมไปกับคนงานเพื่อดูแล ให้คำปรึกษา และประสานกับหน่วยงานสาธารณสุขของไทย ในการติดตามและเฝ้าระวังโรคอย่างใกล้ชิด หากพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ต้องดำเนินการแยกคนงาน เพื่อกักตัวและทำการรักษาพยาบาลจนหาย

นายสุชาติ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีมาตรการคุ้มครองอย่างเคร่งครัด โดยกรมการจัดหางาน (กกจ.) ได้กำหนดให้บริษัทผู้รับซื้อผลไม้ป่าประเทศฟินแลนด์ รวมทั้งบริษัทนายจ้างในประเทศไทยปฏิบัติตามเพื่อเป็นการคุ้มครองและดูแลคนงานไทยที่เดินทางไปเก็บผลไม้ป่าใน ฤดูกาลปี 2020 คือ
1.บริษัทผู้รับซื้อผลไม้ป่าฟินแลนด์ ต้องจัดทำประกันสุขภาพให้คนงานไทยที่เดินทางไปทำงาน ไม่จำกัดวงเงินความคุ้มครอง และครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยโรคโควิด-19 ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
2.บริษัทต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการกักตัวในประเทศไทย เป็นเวลา 14 วัน เมื่อคนงานเดินทางกลับถึงประเทศไทย พร้อมทั้งจะต้องจ่ายเงินชดเชยให้คนงานไทยกรณีเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยโรคโควิด-19 เป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาท และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้คนงานก่อนเดินทางไปเก็บผลไม้ป่า

3. บริษัทผู้รับซื้อผลไม้ป่า จะต้องจัดเครื่องบินเหมาลำไป-กลับ ให้คนงานไทยที่จะเดินทางไปทำงาน และจัดรถรับ – ส่ง จากสนามบิน – แคมป์ที่พัก – สนามบิน ต้องจัดเตรียมที่พักให้คนงานไทยไม่เกิน 4 คนต่อห้อง จัดเตรียมห้องน้ำ/ ห้องสุขาเฉพาะสำหรับห้องพักแต่ละห้อง จัดเตรียมอุปกรณ์/ของใช้ส่วนตัว และอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ เช่น หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ให้คนงานไทยทุกคน พร้อมทั้งจัดเตรียมรถสำหรับเดินทางไปเก็บผลไม้ป่า โดยรถแต่ละคันจะมีคนงานไทยไม่เกิน 6 คน
4. ต้องดำเนินการต่ออายุวีซ่าให้คนงานไทย กรณีที่คนงานอยู่ระหว่างรอเดินทางกลับประเทศไทย และวีซ่าหมดอายุ พร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
5. หลังสิ้นสุดฤดูกาลปี 2020 บริษัทผู้รับซื้อผลไม้ป่าฟินแลนด์ต้องประกันรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายให้คนงานไทยไม่ต่ำกว่า 108,170 บาท

“รวมทั้ง ยังได้กำหนดให้บริษัทผู้รับซื้อผลไม้ป่าฟินแลนด์จัดทำหนังสือแต่งตั้งตัวแทนในการดูแลและคุ้มครองคนไทยที่เดินทางไปเก็บผลไม้ป่า ฤดูกาลปี 2020 ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2020 ฉบับภาษาอังกฤษ โดยบริษัทผู้รับซื้อผลไม้ป่าฟินแลนด์ลงนามและนำไปผ่านการรับรองของโนตารีพับลิค และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ อีกทั้ง ยังมีการกักตัว 14 วัน เมื่อคนงานเดินทางกลับจากฟินแลนด์ถึงประเทศไทย” นายสุชาติ กล่าว

นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ นั้น นอกจากจะต้อง ตั้งใจทำงาน ปฏิบัติตามกฎหมาย วัฒนธรรม รู้จักเก็บออม และรักษาสุขภาพอย่างเคร่งครัด แล้ว ขอให้แรงงานไทยที่สนใจ ตัดสินใจอย่างรอบคอบ อีกทั้ง ควรเดินทางไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนคนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ เพื่อรับสิทธิประโยชน์ และการคุ้มครอง หากประสบอันตราย เสียชีวิต พิการ ทุพพลภาพ หรือประสบปัญหาในต่างประเทศ ซึ่งคุ้มครองตลอดระยะเวลาสัญญาจ้างงาน จึงขอให้ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ ตระหนักถึงความสำคัญ ของการเป็นสมาชิกกองทุนฯ โดยเฉพาะการเดินทางไปทำงานด้วยวิธีแจ้งการเดินทางด้วยตนเอง เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้เป็นสมาชิกกองทุนฯ ได้ด้วยความสมัครใจ

โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน หรือโทร.สายด่วน กระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คลัง ลุยสร้างบ้านพักผู้สูงอายุ-ขรก. 5 โครงการ 3 หมื่นล้าน เปิดจองพ.ย.
บทความถัดไป‘ไมค์ ระยอง’ จับไมค์ปราศรัยหน้าสน. จี้ปล่อย ‘เพนกวิน’ มวลชนปักหลักให้กำลังใจ