เหยี่ยวถลาลม : ทัศนคติ
น่าสนใจว่า “เบื้องหน้า” สถานการณ์ที่ทุกคนกำลังเผชิญอยู่นั้นแต่ละคนมี “ทัศนคติ” และ “ท่าที” อย่างไร
ขั้นถัดไปที่ต้องจับตาคือการแสดงออก ลงมือหรือไม่ และลงมืออย่างไร
มีสมาชิกวุฒิสภา 2 ท่านที่แสดง “ทัศนคติ” ที่ต่อสถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องของลูกหลานที่เป็นนักเรียนนิสิตนักศึกษาอย่างน่าสนใจ
ซึ่ง 1 ในข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมคือ ให้มี ส.ส.ร.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่
เลิกใช้พวกเนติบริกร !
พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม 1 ใน ส.ว. เรียกการให้มี ส.ส.ร.ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นว่า เป็นการแก้เพื่อ “ให้ลูกมาฆ่าแม่”
“สมเจตน์” ถึงกับบอกว่า ถือเป็นการกระทำล้มล้างรัฐธรรมนูญ
“จะยกมือคัดค้าน การแก้ไข ม.256 ทำไม่ได้เด็ดขาด เปรียบเหมือนไปเปิดโอกาสให้เขารื้อบ้านเราทิ้ง แล้วสร้างใหม่ ซึ่งไม่รู้ว่าเขาจะยังคงบานประตูและหน้าต่างที่เราชอบไว้หรือไม่”
ต่างกับ “มุมมอง” ของอีก 1 ส.ว.
วันชัย สอนศิริ ทนายฝีปากจัดจ้านผู้มีจุดยืนอันมั่นคงในฝั่ง “คสช.” ตลอดมาจนได้รับแต่งตั้งเป็น 1 ใน 250 ส.ว. กลับมี “ทัศนคติ” ที่ผิดแผก
เมื่อมีคนถามว่า มี “สัญญาณ” อะไร มาจากใคร และอย่างไรหรือไม่ “ทนายวันชัย” บอกว่ามี สัญญาณ !
1.สัญญาณจากความสำนึกว่าเวลานี้ไม่ใช่สถานการณ์แบบนั้น จะต้องเปลี่ยนแปลง แม้แต่รัฐธรรมนูญเมื่อถึงคราวเปลี่ยนแปลงก็ต้องเปลี่ยนแปลง ไม่ควรแข็งขืน
2.สัญญาณจากประชาชน ต้องยอมรับว่าขณะนี้มีเสียงเรียกร้องมากทั้งในและนอกสภา แม้รัฐบาลจะอยู่ด้วยเสียงส่วนใหญ่ในสภา แต่ความเป็นจริงก็ล้มจากเสียงส่วนใหญ่นอกสภา
3.สัญญาณแห่งความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง มันมาเร็วเกินคาด และเร็วมาก
จะต้องยอมรับ “ความจริงแห่งประชาธิปไตย” จะเป็นแบบผสมผสานอย่างที่เป็นอยู่เช่นทุกวันนี้คงไม่ได้
ทนายวันชัยเน้นที่ “ต้องยอมรับความจริงว่า ต้องรีบส่งต่อประชาธิปไตย” และ
4.เวลาไล่ล่าเราเข้ามาทุกที หมดเวลาที่จะมาขัดแย้งเรื่องแย่งอำนาจ
ทัศนคติและท่าทีทั้งของ “สมเจตน์” และ “วันชัย” แตกต่างและคมชัด
เด็กอ่านออก เห็นแจ้ง และรู้ทัน
ผู้ใหญ่ทั้งหลายก็รู้กันอยู่แก่ใจว่าเคยสุมหัวสมคบคิดกันทำลายสิ่งที่เรียกว่า “ประชาธิปไตยที่แท้จริง” มาถึงวันนี้เด็กๆ รุ่นลูกหลานลุกขึ้นมา “ทวงคืนอนาคต”
ถามว่า “เบื้องหน้า” สถานการณ์เช่นนี้คุณจะฆ่า จะจับขัง หรือเจรจา !?!!

