เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 สิงหาคม ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.)พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ภาณุวัฒน์ ร่วมรักษ์ รอง ผบช.สตม.,พ.ต.อ.ศุภโชค หยงสตาร์ รอง ผบก.ตม.5 และ พ.ต.อ.อรุษ แสงจันทร์ รอง ผบก.ตม.6 ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างด้าวทำผิดกฎหมายหลายคดีประจำสัปดาห์
พ.ต.อ.ศุภโชค กล่าวว่า คดีแรก ตม.เชียงแสน จับกุมชาวจีนลักลอบเข้าประเทศ 18 คน ได้ที่หลังร้านอาหารแห่งหนึ่ง ม.1 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบพาคนต่างด้าวมาจากเมืองต้นผึ้ง สปป.ลาว เข้ามาในประเทศ เจ้าหน้าที่จึงนำเรือยนต์ออกตรวจการณ์ตามริมน้ำโขงก่อนพบกลุ่มคนจีนดังกล่าวเมื่อตรวจสอบไม่พบเอกสารใดๆ มาแสดง จึงคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.เชียงแสน ทราบว่าได้ร่วมกันลอบเข้าประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติก่อนมาโผบ่ที่หลังร้านอาหารดังกล่าว จึงแจ้งข้อหา”เป็นต่างด้าวเข้าราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรค” พร้อมนำตัวส่งตรวจร่างกายเบื้องต้นไม่พบความผิดปกติจึงคุมตัวดำเนินการตามกฎหมาย

พ.ต.อ.อรุษ กล่าวต่อว่า คดีที่ 2 ตม.จ.ตาก จับกุมนายชินาธิป หรือ ฟู (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ชาวไทยพร้อมชาวเมียนมา 30 คน หลังสืบทราบว่าจะมีขบวนการลอบพาคนเข้าเมืองโดยใช้ช่องทางธรรมชาติระหว่างพรมแดนไทย-เมียนมา ก่อนพบรถกระบะต้องสงสัยยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนเงิน ไม่ติดแผ่นทะเบียน ขับมุ่งหน้าไปริมแม่น้ำเมย ก่อนกลับมาทางถนนสาย 105 ท่าสองยาง-แม่สะเรียง จึงเข้าสกัดจับ พบนายชินาธิป เป็นคนขับ มีชาวต่างด้าวซุกซ่อนในรถ 16 คน แล้วขยายผลจับกุมต่างด้าวที่กำลังรอขึ้นรถอีก 14 คน ก่อนสอบสวนนายชินาธิป ให้การว่าได้รับจ้างมาจากนายอ้วน พาต่างด้าวไปส่งในเมือง จึงแจ้งข้อหานายชินาธิป ฐานซ่อนเร้นหรือช่วยต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองให้พ้นการจับกุม และแจ้งข้อหาเมียนมา ฐานเป็นต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย และฝ่าฝืน พ.ร.บ.ควบคุมโรค ก่อนติดตามขยายผลจับกุมนายอ้วน ต่อไป

พ.ต.อ.อรุษ กล่าวอีกว่า คดีที่ 3 ตม.ปัตตานี จับกุมนายซามิ (สงวนนามสกุล) และนายอิคราม (สงวนนามสกุล) สองชาวปากีสถาน ในข้อหาใช้หรือแสดงบัตรโดยไม่มีสัญชาติไทย,เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย และไม่มีใบอนุญาตทำงาน หลัง ตม.จ.ปัตตานี สืบทราบว่ามีชายลักษณะเหมือนชาวต่างชายมาเร่ขายของจำพวก ผ้าปาเต๊ะ ผ้าโสร่ง พรม ชุดเครื่องนอน และชวนชาวบ้านให้ซื้อสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยระบบเงินเชื่อ โดยที่ชายคนนี้จะแสดงตัวว่ามีบัตรประชาชนไทยชื่อนายอัสมี ลาเตะ เมื่อตรวจสอบจากสำนักทะเบียนกลับพบว่าชายต่างด้าวได้สวมบัตรประชาชนดังกล่าว
พ.ต.อ.อรุษ กล่าวต่อว่า ชุดจับกุมจึงประสานตำรวจ บก.ปคม.เข้าจับชายต่างด้าวทราบชื่อคือนายซามิ ให้การรับว่าได้ลอบเข้าไทยมานานกว่า 1 ปีแล้ว และมาเร่ขายของเลี้ยงชีพ ต่อมาตำรวจยังขยายผลจับกุมนายอิคราม พี่ชายของนายซามิ ดำเนินคดีอีกราย


