ตร.เผยแก๊งปล่อยหนี้นอกระบบมีชุกกทม.ปริมณฑล เป็นคนรู้จักเก็บดอกโหด รองมาหมวกกันน็อก

18.08.20 | 12:46 น.

ศูนย์ปราบหนี้ ตร.ให้ข้อมูลกมธ.แก้หนี้ สภาฯ ระบุแก๊งปล่อยหนี้นอกระบบมีชุกกทม.ปริมณฑล พบกลุ่มคนรู้จักปล่อยดอกโหด รองลงมาแก๊งหมวกกันน็อก ตอนหลังพัฒนา”กู้ยืมเงินออนไลน์” จับแล้วกว่าพันราย มูลค่าทรัพย์สิน 300 ล้าน


เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผบ.ตร. ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ (ผอ.ศปน.ตร.) ให้การต้อนรับคณะกรรมมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้แห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ในโอกาสเดินทางมาศึกษาดูงาน การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ นำโดย นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ประธานคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ เพื่อศึกษาและติดตามผลการดำเนินการปราบปรามและดำเนินคดีกับเจ้าหนี้นอกระบบ ที่มีพฤติการณ์ให้ประชาชนกู้ยืมเงินโดยผิดกฎหมาย การเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด การทวงถามหนี้โดยการข่มขู่หรือใช้กำลังประทุษร้ายลูกหนี้ การกู้ยืมเงินที่มีลักษณะฉ้อโกงประชาชน ตลอดจนข้อเสนอแนะจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.ท.ปิยะ พร้อมผู้บังคับบัญชาของ ศปน.ตร. ได้บรรยายสรุปความเป็นมาภารกิจโครงสร้าง แนวทางการดำเนินงานและผลการปฏิบัติ ตลอดจนได้ร่วมตอบปัญหาข้อซักถาม สำหรับผลการดำเนินการที่ผ่านมา นับตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2563 จนถึงปัจจุบัน ศปน.ตร. มีการรับเรื่องไว้ดำเนินการจำนวนทั้งสิ้น 1,837 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นความผิดเกี่ยวกับการคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด จำนวน 1,280 เรื่อง (ร้อยละ 69.68), แก๊งหมวกกันน็อก 376 เรื่อง (ร้อยละ 20.47), เงินกู้ออนไลน์ 101 เรื่อง (ร้อยละ 5.50), จำนำรถ 24 เรื่อง, วางหลักประกัน 22 เรื่อง, จำนองที่ดิน 15 เรื่อง, ขายฝากที่ดิน 13 เรื่อง และอื่นๆ 6 เรื่อง ตามลำดับ

ทั้งนี้มีการจับกุมผู้ต้องหารวมทั้งสิ้น จำนวน 1,007 ราย ตรวจยึดของกลางรถยนต์และรถจักรยานยนต์ จำนวน 245 คัน ตรวจยึดโฉนดที่ดิน 87 ฉบับ เงินสดกว่า 1,300,000บาท บัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้อง 1,373 บัญชี รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 300 ล้านบาท มีการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้ จำนวน 149 คดี และคู่กรณีประสงค์ใช้สิทธิทางศาลเนื่องจากเป็นเรื่องทางแพ่ง จำนวน 4 คดี

Advertisement

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า ปัจจุบันพบการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบกระจายตัวอยู่ในพื้นที่รอยต่อของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยการกระทำความผิดส่วนใหญ่ เป็นในลักษณะของกลุ่มคนรู้จักคุ้นเคยทำการกู้ยืมเงินกันโดยมีการเรียกดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนด รองลงมาคือแก๊งหมวกกันน็อกและปัจจุบันที่พบการกระทำความผิดมากขึ้น โดยมีลักษณะของการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้กระทำผิดและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง คือการกู้ยืมเงินผ่านระบบออนไลน์ หรือแอพพลิเคชั่นต่างๆ ตลอดจนรวมไปถึงการกู้ยืมเงินในลักษณะที่เป็นการ อำพรางเพื่อปกปิดความผิด เช่น การเช่าซื้อสินค้าในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น”

ภายหลังเสร็จสิ้นการศึกษาดูงาน คณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวขอบคุณการดำเนินการของ ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบหรือ ศปน.ตร. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้นอกระบบที่ผิดกฎหมาย และนับเป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ทั้งนี้ หากประชาชนท่านใดที่ได้รับความเดือดร้อน ถูกเอารัดเอาเปรียบหรือรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหนี้นอกระบบ การกู้ยืมเงินนอกระบบที่ผิดกฎหมาย การเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด รวมถึงการถูกข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย สามารถแจ้งข้อมูล เบาะแส ร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โทรศัพท์สายด่วน 1599 และ 02-22551898 หรือที่สถานีตำรวจทุกแห่ง ตลอด 24 ชั่วโมง