รองผู้ว่าฯ กทม.เผย เรือไฟฟ้าพร้อมให้บริการเส้นทางคลองผดุงกรุงเกษม ธ.ค.นี้
เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตรวจเยี่ยมการต่อเรือไฟฟ้า จำนวน 7 ลำ ที่อู่ต่อเรือ บริษัท มาริอาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการตามสัญญาโครงการพัฒนาระบบการเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษม โดยมี นายสมศักดิ์ ชาติสุขศิริเดช ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. ผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง ผู้บริหารบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายสกลธี กล่าวว่า การตรวจเยี่ยมครั้งนี้เพื่อดูความคืบหน้าการต่อเรือที่จะนำมาให้บริการในเส้นทางคลองผดุงกรุงเกษม ซึ่งเป็นโครงการตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญในการเดินเรือในคลอง และต้องเป็นระบบที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย
“ในอนาคตการเดินทางด้วยเรือในคลองของกรุงเทพมหานคร จะเป็นรูปแบบเรือไฟฟ้าทั้งหมด โดยโครงการเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษม เริ่มให้บริการมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 เป็นเรือไฟฟ้า 1 ลำ เรือดีเซล 1 ลำ และเรือของสำนักการระบายน้ำ ซึ่ง กทม.ได้จัดหาเรือมาเพิ่มอีก จำนวน 7 ลำ โดยมอบหมายให้บริษัท กรุงเทพธนาคมฯ เป็นผู้ดำเนินโครงการ อย่างไรก็ตาม คาดว่าการต่อเรือไฟฟ้าจะแล้วเสร็จทั้ง 7 ลำ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยกำหนดนำมาให้บริการตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งช่วงเดือนตุลาคม คาดว่าจะทยอยส่งมอบได้ก่อน 2-3 ลำ” นายสกลธี กล่าว

ทั้งนี้ นายสกลธี กล่าวว่า ปัจจุบันคลองผดุงกรุงเกษมมีเรือให้บริการ 2 ลำ ทุกวัน ซึ่งเรือที่ต่อใหม่นี้จะบรรทุกผู้โดยสารได้ 30 ที่นั่ง และมีพื้นที่สำหรับวีลแชร์ 1 ที่ โดยจะใช้เวลาชาร์จไฟประมาณ 4 ชั่วโมง สามารถให้บริการได้ 5 ชั่วโมง หรือประมาณ 5 เที่ยว และมีแผงโซลาร์เซลล์ เป็นระบบไฟสำรองสามารถวิ่งได้อีก 1 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งจะเพียงพอในการให้บริการประชาชน เนื่องจากเส้นทางเดินเรือมีระยะทางเพียง 5 กิโลเมตร (กม.) จำนวน 11 ท่า

“จากสถิติพบว่า ผู้โดยสารส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่ทำงานในหน่วยงานต่างๆ ตลอดเส้นทาง และมีนักเรียนใช้บริการด้วย อนาคตจะพัฒนาให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว เนื่องจากมีสถานที่ท่องเที่ยวในเส้นทาง เช่น ตลาดนางเลิ้ง และยังสามารถต่อเชื่อมการเดินทางกับเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาที่บริเวณท่าเรือเทเวศร์ สำหรับการจัดเก็บค่าโดยสารนั้น หลังจากทดลองให้บริการแล้วจะมีการเก็บค่าโดยสาร ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าอัตราจะอยู่ที่ 10 บาทตลอดสาย ทั้งนี้จะต้องหารือกับทางคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องก่อน นอกจากนี้ กทม.ยังมีโครงการเดินเรือในคลองแสนแสบจากวัดศรีบุญเรืองไปมีนบุรี ซึ่งขณะนี้มีงบประมาณในการต่อเรือแล้ว แต่จะต้องมีการปรับปรุงท่าเรือใหม่ แทนท่าเรือที่ชำรุด” รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท กรุงเทพธนาคมฯ ระบุว่า จากการสำรวจความพึงพอใจของผู้โดยสารเรือไฟฟ้า พบว่าผู้โดยสารมีความพึงพอใจมาก เพราะไม่มีมลพิษทางเสียงและกลิ่น รวมทั้งยังลดต้นทุนในเรื่องเชื้อเพลิงได้มาก โดยค่าน้ำมันในการเดินเรือ 1 ปี ใช้งบประมาณ 1 ล้านบาทต่อลำ เมื่อใช้เรือไฟฟ้ามีค่าไฟฟ้าเพียง 240, 000 บาทต่อลำ สำหรับเรือที่ต่อใหม่ทั้ง 7 ลำนี้ ได้มีการปรับขนาดเรือให้เหมาะสมกับการเดินทางในคลองผดุงกรุงเกษมที่มีสะพานหลายจุดและตัวสะพานต่ำ โดยตัวเรือมีความยาว 9.90 เมตร (ม.) กว้าง 2.98 ม. รองรับผู้โดยสาร 30 ที่นั่ง น้อยกว่าเรือต้นแบบที่มี 40 ที่นั่ง เครื่องยนต์ของเรือใช้มาตรฐานเดียวกัน ขนาด 10 กิโลวัตต์ จำนวน 2 เครื่องยนต์ เทียบเท่าเครื่องยนต์ 20 แรงม้า และแบตเตอรี่ Li-on NMC ขนาดรวม 42 กิโลวัตต์ มีมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำ IP67 ทั้งตัวเครื่องยนต์และแบตเตอรี่

นอกจากนี้ ยังมีการนำระบบพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ เพื่อช่วยลดการใช้พลังงาน และเพิ่มระยะการเดินทางของเรือให้มากขึ้นด้วย โดยจะควบคุมความเร็วไม่เกิน 10 กม./ชั่วโมง ตามระเบียบของกรมเจ้าท่า อีกทั้งใช้เทคโนโลยีของประเทศเยอรมนีซึ่งเป็นที่รู้จักระดับโลก

สำหรับท่าเรือในคลองผดุงกรุงเกษม 11 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือสถานีรถไฟหัวลำโพง ท่าเรือหัวลำโพง ท่าเรือนพวงศ์ ท่าเรือยศเส ท่าเรือกระทรวงพลังงาน ท่าเรือแยกหลานหลวง ท่าเรือนครสวรรค์ ท่าเรือราชดำเนินนอก ท่าเรือประชาธิปไตย ท่าเรือเทเวศร์ และท่าเรือตลาดเทวราช ระยะทางรวม 5 ก.ม. ครอบคลุมพื้นที่ 4 เขต ได้แก่ เขตพระนคร เขตดุสิต เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และเขตปทุมวัน มีจุดเชื่อมต่อการเดินทาง 4 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 ต่อเรือด่วนเจ้าพระยา ที่ท่าเรือตลาดเทวราช จุดที่ 2 ต่อเรือแสนแสบ ที่ท่าเรือกระทรวงพลังงาน จุดที่ 3 ต่อรถไฟชานเมือง ที่ท่าเรือรถไฟหัวลำโพง และจุดที่ 4 ต่อรถไฟฟ้า MRT ที่ท่าเรือสถานีรถไฟหัวลำโพง ปัจจุบันให้บริการเดินเรือในวันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 06.00-19.00 น. วันเสาร์ – วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08.00-19.00 น. ความถี่ในการเดินเรือประมาณ 30 นาทีต่อลำ

